บทความ : Blog

ข้อแนะนำเคล็ดลับการเลือกซื้อ เลือกใช้ น้ำหอมผู้ชาย น้ำหอมผู้หญิง สาระน่ารู้เกี่ยวกับน้ำหอมจากฝรั่งเศส

เรื่องราวของนักปรุงน้ำหอม

การที่จะเป็นนักปรุงน้ำหอมได้นั้นจะต้องผ่านการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ทั้งเรื่องการดมกลิ่น และจินตนาการ

โดยส่วนใหญ่แล้วนักปรุงน้ำหอมจะต้องมีประสาทการรับรู้กลิ่นที่ดีเยี่ยม เพราะไม่เช่นนั้นละก็อาจจะทำให้ฝึกฝนการปรุงน้ำหอมไม่ได้เลย

นักปรุงน้ำหอมจะต้องศึกษากลิ่นต่างๆของส่วนผสมน้ำหอม ที่จะนำมาปรุงขึ้น จากส่วนประกอบเดี่ยวจนถึงการรวมตัวของสารหลากหลายชนิด และหลากหลายกลิ่น

ซึ่งนักปรุงน้ำหอมจะต้องสามารถแยกแยะกลิ่นได้อย่างแม่นยำ ในการทำน้ำหอมนั้นนักปรุงน้ำหอมถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากในการผลิตน้ำหอม โดยนักปรุงน้ำหอมมีชื่อเรียกในฝรั่งเศสว่า La nez หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า The nose

ส่วนแรกเริ่มของการฝึกปรุงน้ำหอมนั้น นักปรุงน้ำหอมจะมีหน้าที่ผสมกลิ่นต่างๆตามสูตรที่ได้จากนักปรุงน้ำหอมมืออาชีพเท่านั้น

จนกระทั่งนักปรุงน้ำหอมเกิดความชำนาญและเรียนจนครบหลักสูตรถึงจะเริ่มปรุงกลิ่นตามใจได้ ซึ่งในส่วนใหญ่หลังจากที่เรียนจบแล้วนักปรุงน้ำหอมมักจะมีการทำงานกับกลุ่มบริษัทผลิตน้ำหอมรายใหญ่ และได้รับเงินเดือนไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ก็ถือว่าเป็นอาชีพนักปรุงน้ำหอมเป็นอะไรที่ท้าทายเลยทีเดียว นอกจากเรื่องการแยกแยะกลิ่นแล้วนักปรุงน้ำหอมจะต้องมีจินตนการและความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเลิศ

เพราะนักปรุงน้ำหอมจะต้องเสนอกลิ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะแนวไหนก็ตาม ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าและต้องไม่ซ้ำกับกลิ่นที่วางขายไปแล้วอีกด้วย หากใครอยากจะลองเดินตามเส้นทางของนักปรุงน้ำหอมคงจะต้องลองฝึกแยกแยะกลิ่นก่อนอับดับแรกเพื่อทดสบความเป็นเลิศของจมูกแล้วละค่ะ

ครั้งหนึ่งต้องไปเยือนเมืองหลวงแห่งน้ำหอมของโลก

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินมาแล้วว่าประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศแห่งน้ำหอมชื่อดังมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่ามีเมืองเล็กๆแต่เต็มไปด้วยความหอมฟุ้งอย่างเมือง “กราซ”

แฝงตัวอยู่ในภาคใต้ของประเทศฝรั่งเศสอยู่ และเมืองนี้แหละเป็นกำลังสำคัญในการผลิตน้ำหอมของฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้ นานมาแล้วในศตวรรษที่ 17 มีตำนานเล่าขานกันมาว่า แคทเธอรีน เดอ เมดีชี มเหสีในพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งฝรั่งเศส ได้เป็นผู้ริเริ่มการทำน้ำหอมในเมืองแห่งนี้  ในอดีตนั้นเมืองกราซได้มีชื่อเสียงอย่างมากในการทำฟอกหนัง

ซึ่งพระนางแคทเธอรีนทรงโปรดให้ถุงพระหัตถ์หนังนั้นมีกลิ่นหอม จึงได้มีการปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ในเมืองแห่งนี้ จึงเป็นสาเหตุให้ในปัจจุบันเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของน้ำหอมและเป็นแหล่งผลิตน้ำหอมที่ใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส

เพราะเจ้าวัตถุดิบและดอกไม้นานพันธุ์ที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการปรุงน้ำหอมชื่อดังของแบรนด์ต่างๆ  

นอกจากนั้นเมืองกราซยังมี ดอกกุหลาบเซนติโฟเลียและมะลิจากเมืองกราซมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์หาไม่ได้จากที่อื่นในโลก ซึ่งนอกจากเรื่องน้ำหอมแล้วนั้น เมืองเล็กๆอย่างกราซยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างบรรดาโรงผลิตน้ำหอมอีกด้วย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้ำหอมผู้ชาย

ความนิยมของน้ำหอมผู้ชายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา ปกติแล้วเราจะมักได้กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงสะส่วนใหญ่ หากคุณลองเดินผ่านผู้ชายตอนนี้จะรู้ได้ว่าน้ำหอมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่ผู้ชายมองข้ามแล้ว เพราะเจ้าน้ำหอมนี่แหละจะเป็นตัวเรียกเสน่ห์และแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นชายให้คุณอย่างโดดเด่น และหากคุณจะลองเลือกน้ำหอมสำหรับผู้ชายละก็คุณอาจจะยึดเอาบุคลิกเฉพาะของเค้ามาเลือกก็ได้ค่ะ ไม่งั้นอาจจะยึดเทศกาล อากาศหนาว อากาศร้อน เป็นต้น

1.เลือกในโอกาส

หากบุคลิกของคุณคือหนุ่มที่ชอบออกไปเล่นกีฬา ต้องเจอเหงื่ออย่างหนัก ควรจะเลือกน้ำหอมกลิ่นสดชื่นหรือออกสปอร์ต เพราะมันจะช่วยบ่งบอกตัวคุณได้เป็นอย่างดี

2.สภาพอากาศ

หากคุณลองสังเกตุจะเห็นได้ว่าน้ำหอมจะมีคอเลคชันต่างๆออกมา คุณอาจจะซื้อกลิ่นตามเทศกาลก็ได้ เพื่อที่จะไม่เป็นการซ้ำจำเจกับกลิ่นที่เจ้าตัวมีอยู่ ในช่วงอากาศร้อนอาจจะเลือกกลิ่นที่มีความสดชื่น ส่วนในหน้าหนาวนั้นอาจจะมองหากลิ่นที่ค่อนข้างความแข็งแรง แข็งแกร่งขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

3.จุดฉีดน้ำหอมของผู้ชาย

ข้อนี้คุณอาจจะจำไปบอกเค้าก็ได้ หากเค้าเป็นผู้ชายที่ไม่เคยฉีดน้ำหอมมาก่อน ผู้ชายกับผู้หญิงมีจุดฉีดน้ำหอมที่คล้ายๆกันก็คือ บริเวณ ข้อมือ ข้อศอกด้านใน ซอกคอ เพราะจุดเหล่านี้ล้วนเป็นจุดที่เก็บกลิ่นได้ดี แต่ผู้ชายจะแตกต่างตรงที่ไม่ควรฉีดน้ำหอมบริเวณหลังใบหูจะทำให้น้ำหอมทำปฏิกิริยากับต่อมน้ำเหลืองเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง

Body mist และน้ำหอมแตกต่างกันอย่างไร

หากในช่วงนี้คุณไปเดินตามห้างหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปจะพบกับน้ำหอมที่เขียนข้างหน้าขวดไว้ว่าเป็นกลิ่นแบบ Body mist
เคยสงสัยกันมั้ยว่าเป็นน้ำหอมแบบไหนกัน จริงๆแล้วน้ำหอมชนิดนี้ได้รับความนิยมมานานแล้ว แต่เพิ่งมาฮิตที่ไทยได้ไม่นานนี้เอง

จุดเด่นๆของน้ำหอมชนิดนี้อยู่ที่เน้นความสดชื่นมากกว่าความติดทน งง ใช่มั้ยล่ะ ถ้าไม่ติดทนแล้วจะซื้อมาทำไม ก็เพราะว่ามีผู้หญิงอีกมากมายที่หลงใหลในกลิ่นหอมแต่เธอไม่ชอบกลิ่นฉุนๆนะสิ หากจะให้น้ำหอมติดทนนานก็จะต้องมีกลิ่นที่แรงเพื่อความคงทนของกลิ่น

ฉะนั้นน้ำหอมแบบ Body mist จึงให้ความรู้สึกที่สดชื้น สบายๆ ดมแล้วสบายจมูก แต่ !! กลิ่นของมันจะติดเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น

จึงทำให้น้ำหอมชนิดนี้มีราคาไม่แพงนัก เพราะขั้นตอนในการปรุงนั้นง่ายกว่าน้ำหอมประเภทอื่นโดยที่ Body mist จะเน้นไปที่ Top note เป็นหลัก

กลิ่นแรกที่ฉีดออกมาจึงชัดเจนและหอมมากไม่ค่อยมีกลิ่นที่ฉุน แต่จะค่อยๆจางไปกับผิวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

6 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้ำหอม

เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะใช้น้ำหอมสักขวด แน่นอนว่าคุณจะต้องเป็นคนที่หลงใหลในเรื่องกลิ่นอยู่ไม่น้อยทีเดียว แน่นอนว่ากลิ่นมีผลแต่ปฏิกิริยาอารมณ์ของคุณมากกว่าที่คุณคิดมันก็เหมือนกับคุณได้บันทึกความทรงจำผ่านกลิ่นนั้นๆลงไปผ่านกลิ่น และนี่คือเรื่องราวของกลิ่นน้ำหอมที่คุณควรจะรู้เกี่ยวกับความมหัศจรรย์ของกลิ่น….

1.สูตรน้ำหอมสูตรแรกถูกคิดค้นใหม่โดย David Pybus ซึ่งมันถูกสร้างจากส่วนประกอบของสมุนไพรและเรซินผสมผสานกับกลิ่นส้ม กลิ่นน้ำผึ้ง และไม้อย่างลงตัว

2.น้ำหอมที่มีชื่อเสียงที่สุดในยุโรปที่สร้างขึ้นสำหรับราชินีอลิซาเบธ ของประเทศฮังการี โดยเรียกน้ำหอมขวดนั้นว่า ฮังการีน้ำ โดยมีส่วนผสมของโรสแมรี่ โหระพา กุหลาบ และมินท์อย่างลงตัว

3.ความแรงของน้ำหอมขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ใส่ลงไป perfume mist จะมีความเข้มข้นของน้ำหอมบริสุทธิ์น้อยที่สุดหรือเพียงแค่ 1 % ส่วน Eau de Cologne จะมี น้ำหอมบริสุทธิ์อยู่ที่ 2 – 5 % ฉะนั้นหากคุณต้องการซื้อน้ำหอมที่ติดทนอย่าลืมสังเกตุข้างหน้าของขวดให้ดีก่อนนะคะ

4.หากวันนี้คือวันออกเดทของคุณแล้วละก็อย่าพลาดที่จะฉีดกลิ่นวนิลาหอมกรุ่นหรือฉีดกลิ่นที่ให้อารมณ์ผลไม้หวานฉ่ำไปด้วยล่ะ เพราะจะเป็นน้ำหอมที่ดีที่สุดสำหรับการกอดและการใกล้ชิดมันจะช่วยให้คุณเป็นผู้หญิงที่ดูลึกลับและน่าสนใจไปพร้อมๆกัน

5.ใช้น้ำหอมประเภท EDT ช่วยให้คุณสามารถสร้างความทรงจำที่โดดเด่นได้ คุณอาจจะหาโอกาสฉีดน้ำหอมประเภทนี้ เช่น ไปสมัครงาน ไปหาญาติผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ไปเดทครั้งแรกก็ตาม

6.เลือกน้ำหอมที่มีกลิ่นสดชื่นมีส่วนผสมของส้มสดและแอปเปิ้ลเขียว ฉีดตอนคุณไปทำงานกลิ่นเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีความพร้อมในการทำงานมากขึ้น และกลิ่นหอมของผลไม้เหล่านี้จะแฝงไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกของความเป็นมืออาชีพ

ทำไมน้ำหอมแท้จึงมีราคาสูง ?

น้ำหอมส่วนใหญ่เคยสงสัยกันมั้ยว่าทำไมถึงมีราคาเเพงมาก เพราะว่าวัตถุดิบของมันแต่ละอย่างเต็มไปด้วยความล้ำค่าและผ่านกรรมวิธีอย่างพิถีพิถันกว่าจะมาเป็นน้ำหอมในแต่ละขวด และวัตถุดิบที่ดีที่สุดก็คือส่วนที่มาจากธรรมชาติ

ธรรมชาติในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าพวกดอกไม้อย่างเดียวนะมันรวมไปถึงผลไม้ ไม้ และสมุนไพรต่างๆด้วย การปรุงน้ำหอมในปัจจุบันได้ใช้วิธีการปรุงแตกต่างจากวิธีการเดิมในอดีต เพราะน้ำหอมมีการผลิตมากขึ้นและน้ำหอมเป็นที่นิมยมอย่างแพร่หลายจึงทำให้ผู้ค้าบางรายใช้การสังเคราะห์กลิ่นจากสารเคมีมากกว่าน้ำมันตามธรรมชาติ

ซึ่งจะเห็นได้ตามในตลาดมีน้ำหอมราคาถูกวางขายทั่วไป แต่น้ำหอมทั่วไปย่อมแตกต่างกับน้ำหอมที่ถูกปรุงด้วยความพิถีพิถันตรงความเข้มข้นและฟีโรโมนของน้ำหอม เพราะน้ำหอมแท้จะมีส่วนของน้ำหอมบริสุทธิ์ที่ได้จากการกลั่นดอกไม้นานาชนิด และเชื่อมั้ยว่า กว่าจะมาเป็นน้ำหอมแต่ละขวด  ต้องใช้ดอกไม้และสมุนไพรเยอะมาก และที่ต้องผ่านกระบวนการนานาชนิดดังนี้…

1. การกลั่น  โดยทั่วไปใช้ส่วนต่างๆ ของพืชที่มีกลิ่นหอม ต้มกับน้ำและกลั่นออกมาจะได้น้ำมันหอมและน้ำ ตั้งทิ้งไว้ แล้วแยกเอาน้ำมันหอมซึ่งอยู่ส่วนบนออก

2. การคั้น  วิธีนี้เหมาะกับสิ่งหอมที่มีอยู่ในเปลือกของผลไม้ตระกูลส้ม เช่น ส้ม ลูกมะนาว เปลือกอบเชย

3. การสกัด  ส่วนใหญ่ใช้กับดอกไม้ ดอกกล้วยไม้ ซึ่งมีกลิ่นหอม จะประกอบด้วยสารหอมที่สลายตัวง่าย การสกัดหัวน้ำหอมแท้จากดอกไม้สิ้นเปลืองเวลามาก จึงทำให้น้ำหอมที่มีส่วนประกอบเป็นกลิ่นดอกไม้มีราคาแพง

4. การสังเคราะห์เป็นสารผสมสำเร็จรูปมีกลิ่น โดยนำสารหอมเหล่านี้มาปรุงแต่งให้ได้หัวน้ำหอมแท้ชนิดต่างๆ ตามที่หัวน้ำหอมจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่หายาก มีปริมาณน้อยและราคาค่อนข้างสูง

น้ำหอมสามารถเชื่อมกับทวยเทพได้

ในสมัยอียิปต์โบราณมีวัฒนธรรมหลายอย่างที่เชื่อมโยงเกี่ยวกับน้ำหอมและทวยเทพ โดยเฉพาะกับอารยธรรมอียิปต์โบราณ

ชาวอียิปต์โบราณมีความเชื่อว่าน้ำหอมคือเหงื่อของพระเจ้าหรือดวงอาทิตย์ ทำให้การใช้น้ำหอมหรือกลิ่นหอมได้กระจายออกไปอย่างกว้างขวาง

และอย่างที่เคยพูดไปแล้วว่ากว่าจะมาเป็นน้ำหอมแต่ละหยดต้องใช้ดอกไม้จำนวนมากในการกลั่นออกมา ยิ่งไปกว่านั้นในอียิปต์โบราณไม่มีเทคโนโลยีมาช่วยในกระบวนการทำน้ำหอมยิ่งต้องใช้ความพิถีพิถันในการปรุงน้ำหอมจึงทำให้น้ำหอมมีราคาแพง

และมักจะถูกจำกัดให้ผู้ที่ร่ำรวยไปถึงระดับพระบรมศานุวงศ์หรือพระสงฆ์เท่านั้นที่จะมีโอกาสซื้อน้ำหอมมาใช้ ในอียิปต์โบราณผู้คนมักจะนิยมใช้น้ำหอมเพราะเชื่อว่าผู้ใดที่ใช้น้ำหอมจะเป็นที่ชื่นชอบของพระเจ้า แต่ในทางกลับกันถ้าเป็นคนที่มีฐานะยากจนอาจจะไม่ได้ใช้น้ำหอม คนเหล่านั้นก็มักจะมีขวดน้ำหอมที่วาดไว้บนโลงศพของพวกเค้าเอง เพื่อแสดงถึงการเป็นเครื่องบรรณาการให้กับพระเจ้า

 

กว่าจะมาเป็นน้ำหอมให้คนได้ใช้

หลายๆคนก็คงจะมีคำถามว่าทำไมน้ำหอมถึงมีราคาแพง เราจะบอกว่าน้ำหอมไม่ได้แพงแค่ยุคนี้เท่านั้นนะ น้ำหอมมันมีมูลค่าสูงมาตั้งแต่ในโบราณกาลแล้ว

เพราะกรรมวิธีการทำจะต้องกลั่นกรองเอาเฉพาะหัวเชื้อกลิ่นหอมๆหรือหัวน้ำมันหอมเท่านั้นที่จะนำมาให้ปรุงน้ำหอมและนั่นก็ถือว่าเป็นยอดศิลปะแขนงหนึ่งเลยทีเดียว ผู้ที่กลั่นออกมาจะต้องใช้ความรู้ทั้งด้านพฤษศาสตร์ การปรุงน้ำหอม การดมกลิ่น และการแยกแยะกลิ่นต่างๆ มาใช้เพื่อคงคุณภาพของกลิ่นไว้

และที่สำคัญคุณต้องมีความรู้เรื่องธรรมชาติของหมู่มวลดอกไม้เป็นอย่างดีเช่น กลิ่นกล้วยไม้จะส่งกลิ่นหอมเพียง 2-3 ชั่วโมง เป็นต้น ในสมัยโบราณนั้นการจะทำน้ำหอมจะต้องใช้วิธีเดียวก็คือ การต้มกลั่นซึ่งต้องใช้ความอดทนเป็นอย่างสูง ขั้นตอนแรก เริ่มจากการรอคอยให้ดอกไม้ผลิบานตามฤดูกาล จากนั้นนำมาคัดเลือกแยกกลีบเพื่อเตรียมกลั่น

ขั้นตอนต่อไปใส่กลีบดอกไม้ต่างๆลงในหม้อต้มกลั่นทองเหลืองใบเขื่องมีน้ำหล่อคลอตั้งบนเตาไฟ ปิดปากหม้อด้วยหม้อกลั่นหรือหม้อแขกมัวร์ ชื่อที่เรียกตามชาวฝรั่งเศสผู้เป็นต้นตำรับการกลั่นด้วยวิธีนี้นั่นเอง

ทำไมผู้ชายถึงต้องใช้น้ำหอม

สำหรับผู้หญิงอย่างเราๆ เคยสงสัยกันมั้ยว่าหากผู้ชายฉีดน้ำหอมจะดูเซ็กซี่ขึ้นในสายตาของผู้หญิงหรือไม่

เรื่องนี้เรามีคำตอบมาฝากค่ะ จากการสำรวจในออสเตรเรียมีผลสำรวจออกมาว่าผู้หญิงรู้สึกทึ่งกับผู้ชายที่ฉีดน้ำหอมหรือโคโลญจ์ แม้ว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่ได้แต่งตัวดูดีนัก แต่น้ำหอมก็สามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดูดีขึ้นในสายตาผู้หญิง มากว่าชายหนุ่มที่ไม่ได้ฉีดน้ำหอม โดยผู้หญิงคนหนึ่งได้บอกไว้ว่าผู้ชายที่ฉีดน้ำหอมจะมีความน่าสนใจมากขึ้นสร้างความจดจำให้เธอได้

เพราะทุกครั้งที่เธอได้กลิ่นนั้นเธอก็จะคิดถึงเขาทันที จริงๆแล้วน้ำหอมก็เป็นส่วนหนึ่งของชุดเดรสและรูปลักษณ์ของคุณ แต่คุณแค่สัมผัสมันไม่ได้เท่านั้นเอง ฉะนั้นหากคุณอยากจะมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์สร้างความจดจำกับหญิงสาวในเดทแรกก็อย่าลืมฉีดน้ำหอมสักกลิ่นเพื่อสร้างความจดจำให้เธอนะคะ

น้ำหอมปลอมมีอันตรายต่อชีวิต

ในปัจจุบันมีหลายคนที่ชอบใช้ของถูกหรือของเลียนแบบ รู้หรือไม่ว่าการใช้ของปลอมนั้นนอกจากไม่มีคุณภาพแล้ว สินค้าบางตัวยังส่งผลต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย

โดยเฉพาะน้ำหอมทั่วไปแล้วกลิ่นน้ำหอมของแบรนด์ที่มีคุณภาพจะสกัดน้ำหอมบริสุทธิ์โดยตรงจากพืช ผลไม้ หรือสมุนไพร ซึ่งแน่นอนว่าทำให้มีราคาแพงอย่างมาก โดยเฉพาะ มะลิ กุหลาบ ดังนั้นหากจะนำสินค้ามาขายถูกๆจึงไม่คุ้มแน่

จึงมีผู้ประกอบการหัวใสการบางรายทำการผสมสารเคมีจำนวนมากจนกลายเป็นที่มาของ น้ำหอมเทียม ซึ่งเป็นอันตรายมากต่อรางกายเพราะน้ำหอมเทียมเกิดจากสารเคมีหลากหลายชนิดผสมกัน

และที่น่ากลัวที่สุดเห็นว่าจะเป็นสาร propylene glycol เป็นสารที่มีการถกเถียงในวงกว้างว่าอันตรายเพราะทำให้ร่างกายดูดซึมน้ำหอมหรือสารเคมีได้ดีขึ้น

และหากร่างกายได้รับการสะสมของสารเคมีเป็นเวลานานจะทำให้ เป็นโรคง่าย ร่างกายอ่อนแอ และเป็นบ่อเกิดของหลายๆโรคตามมาเช่น ผิวแพ้ง่าย ผิวอักเสบ ดังนั้นหากคุณอยากจะใช้น้ำหอมสักขวดควรเลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้เพื่อความสวยที่ยั่งยืนนะคะ

น้ำหอมคือศิลปะ

น้ำหอมเป็นศิลปะที่ช่วยแสดงเอกลักษณ์ออกมาของแต่ละบุคคลได้อย่างโดดเด่น บางคนอาจจะชอบกลิ่นของหมู่มวลดอกไม้ บางคนอาจจะชอบกลิ่นของความเซ็กซี่

ก็นั่นแหละอย่างที่บอกไปเพราะน้ำหอมมันคือศิลปะ ไม่มีผิด ไม่มีถูก ไม่มีกลิ่นไหนที่หอมที่สุด บางคนอาจจะบอกกลิ่นนั้นหอมกว่ากลิ่นนี้ ทุกกลิ่นมันก็หอมเหมือนกันหมดขึ้นอยู่กับรสนิยม

เพราะน้ำหอมเป็นทั้งศิลปะและวิทยาศาสตร์ที่นักปรุงน้ำหอมได้ถ่ายทอดกลิ่น หากคุณลองหลับตาดมแล้ว ลึกๆของกลิ่นน้ำหอมจะมีเรื่องราวหรือเป็นกลิ่นที่เราเคยพบเจอมาก่อน จึงทำให้เรารู้สึกอินกับกลิ่นนี้เป็นพิเศษ มีทั้งจังหวะที่เบา และหนักของกลิ่นทั้ง 3 ระดับอย่างลงตัว

นักปรุงน้ำหอมที่ชำนาญจำเป็นต้องมีจินตนาการและการดมกลิ่นที่ดีเพื่อจะสื่อเรื่องราวของกลิ่น ซึ่งสัมผัสไม่ได้ด้วยตาเปล่าให้กับผู้ใช้ให้ได้ และแต่ละผู้ปรุงก็จะตีความแตกต่างกันออกไปจึงทำให้น้ำหอมแต่ละแบรนด์มีความเป็นเอกลักษณ์

และมีความไม่เหมือนใครสังเกตุได้จากแบรนด์น้ำหอมในปัจจุบันจะมีเรื่องเล่าของน้ำหอมที่ประทับใจกันทั้งนั้น เพื่อที่จะเป็นจุดขายและตราตึงให้ผู้ซื้อได้อินกับกลิ่นของน้ำหอม

หากคุณมีกลิ่นหรือเรื่องราวที่อยู่ในหัวใจอยู่แล้ว ลองออกตามหาน้ำหอมที่มีกลิ่นนั้นดูสิคะบางทีหากคุณได้ใช้แล้วมันอาจจะช่วยให้คุณย้อนเรื่องราวไปเมื่อตอนนั้นอีกทีก็ได้นะ  

ผู้คนคงลืมไปแล้วว่าน้ำหอมคือศิลปะ

อย่างที่เรารู้กันจริงๆแล้วน้ำหอมมันคือศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ที่นักปรุงน้ำหอมรังสรรค์ขึ้นมาจากจินตนาการ

แต่ในปัจจุบันกลับมีการตลาดเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าที่จะให้นักปรุงน้ำหอมได้รังสรรค์ความหอมเอง เอลลีนา หนึ่งในนักปรุงน้ำหอมชื่อดังของฝรั่งเศสได้ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การทำน้ำหอมในตอนนี้หลายๆคนกำลังเดินผิดทาง เพราะเลือกเชื่อนักการตลาดมากกว่านักปรุงน้ำหอม

หรือถ้าจะบอกง่ายๆก็คือบริษัทผลิตน้ำหอมส่วนใหญ่จะออกแบบสอบถามไปยังผู้บริโภคว่าชอบกลิ่นแบบใด กลิ่นหวาน กลิ่นเซ็กซี่ หรือพึงพอใจในส่วนผสมไหนเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าให้ความสำคัญกับผู้บริโภคมากกว่านักปรุงน้ำหอมที่มีความเชี่ยวชาญเพราะน้ำหอมมันคือศิลปะ บอกไม่ได้ว่ากลิ่นแบบไหนหอมที่สุด 

ในตอนแรกบริษัทอาจจะได้ผลตอบรับที่ดีเพราะเป็นกลิ่นที่โดนใจคนส่วนใหญ่ แต่เมื่อคุณใช้ไปนานๆ กลิ่นเหล่านั้นก็จะมีคนซื้อไปใช้เรื่อยๆเพราะมีความต้องการที่เหมือนกัน จากหนึ่งคนใช้เป็นสอง เป็นร้อยคน จึงทำให้กลิ่นนั้นเป็นกลิ่นโหลทันที

อย่างที่บอกไปแล้วน้ำหอมมันคือศิลปะชนิดหนึ่ง หากคุณเลือกใช้เพราะคุณหลงใหลในมันคุณจะอยู่กับมันได้แต่ถ้าคุณเลือกเพราะว่ามันเป็นความต้องการที่เหมือนกับหลายๆคนละก็ สักวันคุณจะต้องเบื่อกลิ่นเหล่านั้นอย่างแน่นอน