Category Archives: ฉีดน้ำหอม

รู้หรือไม่กลิ่นของน้ำหอมมีการเปลี่ยนแปลงตามเวลา

การฉีดน้ำหอมนั้นตอนฉีดในชั่วโมงแรกกับชั่วโมงที่สองกลิ่นจะแตกต่างกันนิดนึง แต่บางคนอาจจะไม่ค่อยรู้สึกก็ได้

จริงๆแล้วน้ำหอมมีการเปลี่ยนแปลงกลิ่นอยู่ตลอดเวลา หรือเราเรียกระดับต่างๆว่า โน๊ตของน้ำหอมซึ่งน้ำหอมแท้จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ 3 ระดับ และกลิ่นของมันยังคงนุ่มนวล หอมไม่แสบจมูก

1.Top Notes

กลิ่นแรกที่คุณจะรับรู้ก็คือ กลิ่นของหัวน้ำหอมที่ส่งกลิ่นออกมาเป็นตัวแรกมักจะทำจากสารโมเลกุลเล็กที่ระเหยได้ ให้กลิ่นที่สดชื่นโดดเด่น ซึ่งกลิ่นช่วงนี้จะติดทนประมาณ 10-20 นาทีแรก

2.Middle Notes

กลิ่นนี้จะเป็นกลิ่นของหัวน้ำหอมตัวหลักๆของน้ำหอมชนิดนั้น ซึ่งจะมีกลิ่นที่นุ่มนวลกลมกลืนไปกับ Back Notes อย่างลงตัว โดยที่กลิ่นกลางนี้จะติดทนประมาณ 3-4 ชม

3.Back Notes

เป็นกลิ่นน้ำหอมที่เข้มข้นที่ยังคงหลงเหลือติดร่างกาย และกลิ่นนี้ก็จะค่อยๆจางหายไปในที่สุด คราวนี้สาวๆก็หมดข้อสงสัยกันแล้วว่าทำไมน้ำหอมถึงมีกลิ่นที่แตกต่างจากตอนฉีดครั้งแรก

4 วิธีฉีดน้ำหอมยังไงให้ติดทน

1.ใช้น้ำหอมก่อนที่จะแต่งตัว

หากคุณฉีดน้ำหอมหลังการสวมใส่เสื้อผ้าอาจจะทำให้เสื้อผ้าของคุณเลอะหรือน้ำหอมไปโดนเครื่องประดับที่เป็นโลหะทำให้ความมันวาวอาจจะลดลง แต่เหตุผลที่สำคัญกว่านั้นคือเมื่อน้ำหอมได้สัมผัสกับร่างกายโดยตรงน้ำหอมจะช่วยกระตุ้นให้กลิ่นที่ส่งออกมาเป็นความหอมจากธรรมชาติและคงทนนาน

2.ให้ความชุ่มชื้นกับร่างกายก่อนฉีดน้ำหอม

หากคุณเป็นคนที่มีผิวแห้งละก็เราขอแนะนำให้คุณทาโลชั่นหรือครีมบริเวณที่จะฉีดน้ำหอมก่อนเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและความคงทนของกลิ่น

3.ลองฉีดน้ำหอมบนแปรงหวีผมดูสิ

หากคุณอยากจะได้กลิ่นหอมๆของน้ำหอมตลอดเวลาลองทำตามวิธีนี้ดูสิ ฉีดน้ำหอมสักเล็กน้อยบนแปรงหวีผม วิธีนี้เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมมากหากใครคุณเดินผ่านก็จะได้กลิ่นหอมๆลอยติดจมูกไปด้วย

4.ลองฉีดน้ำหอมในอากาศดู

อ่านแล้วอาจจะตกใจ แต่เราจะบอกว่าเป็นวิธีที่ดีที่จะทำให้น้ำหอมติดทนเพราะเมื่อเราฉีดน้ำหอมไปในอากาศแล้วลองเดินผ่าน จะทำให้น้ำหอมกระจายไปทั่วร่างกายส่งกลิ่นหอมฟุ้งอย่างไม่น่าเชื่อทีเดียวค่ะ

ยุคสมัยต่างๆของน้ำหอม

น้ำหอมนั้นมีประวัติยาวนานตั้งแต่สมัยของอียิปต์โบราณ โดยเชื่อว่าเครื่องหอมในยุคแรกๆ นั้นได้มาจากการเผายางไม้ชนิดต่างๆเพื่อใช้ในพิธีการทางศาสนา

โดยเฉพาะพิธีเกี่ยวกับศพ เช่น เมื่อเปิดสุสานแล้วจะพบกับภาชนะใส่น้ำหอมหรือกลิ่นน้ำหอมหลงเหลืออยู่ที่สุสาน

เมื่อพันห้าร้อยปีที่แล้วได้กำเนิดเครื่องหอมพิเศษขึ้นมาโดยเรียกมันว่า ขี้ผึ้งหอม ซึ่งจะใช้เป็นเครื่องสำอางและยา รวมถึงใช้ทาศพก่อนจะฝัง

ศตวรรษแรก เริ่มใช้กำยานมาถวายเป็นของขวัญแด่พระเยซูเพื่อทำให้งานรื่นเริงมีกลิ่นหอมจึงได้ซ่อนท่อในห้องอาหารเพื่อฉีดน้ำหอมให้ฟุ้งกระจายทั่วงาน

ศตวรรษที่เจ็ด น้ำหอมเริ่มแพร่กระจายไปถึงชาวจีน และได้ริเริ่มใช้เครื่องหอมชนิดต่างๆ เช่น บุหงา

ในยุคกลาง มีการเริ่มใช้น้ำหอมในศาสนาอิสลาม โดยเฉพาะกลิ่นกุหลาบ

ศตวรรษที่ 17 เป็นยุคที่น้ำหอมเฟื่องฟูมากถึงขนาดในราชสำนักของพระเจ้าหลุยส์ถูกเรียกว่าราชสำนักน้ำหอมเพราะมีการใส่กลิ่นน้ำหอมลงบนเสื้อผ้า ถุงมือ เครื่องเรือน

การทำงานของน้ำหอม

อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่าเมื่อฉีดน้ำหอมเราก็จะรับรู้ได้ว่ากลิ่นนี้หอมหรือเหม็นได้ในทันที ซึ่งรสนิยมคนทุกคนก็จะแตกต่างกันออกไปบางคนอาจจะชอบกลิ่นของดอกไม้ บางคนอาจจะชอบกลิ่นของเงิน ซึ่งการที่เรารับรู้กลิ่นได้เพียงเสี้ยววินาทีนั้น จริงๆแล้วน้ำหอมก็มีการทำงานเหมือนกัน

น้ำหอมก็คือของเหลวที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์และโมเลกุลที่ระเหยได้ โดยที่กลิ่นนั้นจะต้องเป็นโมเลกุลที่เบาพอที่จะลอยอยู่ในอากาศ เอเวอรี่กิลเบิร์ต นักจิตวิทยาประสาทสัมผัส ได้ให้ความเห็นเรื่องนี้ไว้ว่า

สำหรับอุตสาหกรรมน้ำหอมการสร้างกลิ่นหอมก็คือ เมื่้อเราสูดดมน้ำหอมเข้าไปในเซลล์จมูก จมูกของเรารู้จักโมเลกุลที่ระเหยและส่งข้อความทางไฟฟ้าไปยังสมอง ซึ่งจะสร้างการรับรู้ว่ากลิ่นนั้นเป็นกลิ่นที่เหม็นหรือหอม

หากคุณลองสังเกตจากข้างขวดจะเห็นได้ว่าส่วนประกอบของกลิ่นหอมส่วนใหญ่แล้วจะมาจาก ดอกไม้ผลไม้ โดยสกัดสิ่งเหล่านี้ด้วยกระบวนการทางเคมี จึงทำให้ในน้ำหอมกลิ่นหนึ่งจึงประกอบไปด้วยน้ำหอมโมเลกุลที่ระเหยได้และแอลกอฮอล์โดยสัดส่วนจะไม่เท่ากันตามราคาที่วางขายกันทั่วไปในตลาด

ศัลยกรรมด้วยกลิ่นน้ำหอม

ความงามที่แท้จริงเกิดจากอะไรคุณเคยถามตัวเองสักครั้งในชีวิตมั้ย หลายๆ คนเลือกที่จะศัลยกรรมใบหน้าให้ดูสวยงามหรือตกแต่งด้วยเครื่องสำอาง

แต่อีกหนึ่งสิ่งที่ผู้หญิงทรงเสน่ห์ทุกคนจะมองข้ามไปไม่ได้นั่นก็คือการศัลยกรรมความงามด้วยกลิ่นน้ำหอม ไม่ว่าตัวคุณเองจะมีเอกลักษณ์แบบไหนแต่คุณก็สามารถสร้างให้มันโดดเด่นได้มากขึ้นเพียงแค่ใช้น้ำหอมหยดเดียว บางคนอาจจะคิดว่าน้ำหอมจะช่วยสร้างได้จริงเหรอ

ถ้าพูดตามตรงแล้วการที่คุณเห็นสิ่งๆ หนึ่งคุณมองว่ามันสวย แต่ถ้าอยากให้มันสวยกว่านั้นคุณจะต้องได้กลิ่นของมันด้วย เช่น ขนมปัง ขนมปังที่มีสีเหลืองแกมน้ำตาลนิดๆ

หากคุณได้กลิ่นหอมกรุ่นมันก็คงจะดีกว่าไม่ได้กลิ่นเลยเพราะตัวของกลิ่นนี้แหละจะบอกให้คุณได้รู้ว่าขนมปังก้อนนี้เพิ่งอบใหม่ๆ หรือทำไว้นานแล้ว

ถ้าคุณนึกภาพของมันออกแล้วลองหลับตาจินตนาการว่าตัวคุณเองมีฝาแฝดดูสิ ถ้าอีกคนหนึ่งฉีดน้ำหอมอีกคนหนึ่งไม่ได้ฉีดน้ำหอมคุณคิดว่าใคร ? จะเป็นผู้หญิงที่ทรงเสน่ห์เมื่อได้ใกล้ชิดกับคนอื่นกันละ!! แน่นอนว่าต้องเป็นผู้หญิงที่ฉีดน้ำหอมเพราะเธอจะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและน่าค้นหามากกว่าเป็นเท่าตัวทีเดียว

4 อย่างจากธรรมชาติ ช่วยสร้างน้ำหอมผู้ชายให้ตรงใจ

เคยรู้หรือไม่ ของจากธรรมชาตินี้แหละที่เป็นส่วนผสมชั้นเลิศที่นำมาปรุงแต่งเป็นกลิ่นน้ำหอมต่างๆ ให้เราใช้กันทุกวันนี้ วันนี้เราจะมาพูดถึง 4 อย่างจากธรรมชาติ ที่นำมาเป็นส่วนผสมในน้ำหอมของผู้ชาย ที่มีความเป็นมาเป็นไป และประวัติของมันกัน

Neroli Explained

นาโรลี (Neroli) คือดอกจากต้นส้ม ซึ่งกินได้ มีต้นกำเนิดในประเทศเวียดนาม แต่เข้ามาสู่ทวีปยุโรปช่วงสงครามครูเสดในช่วงศตวรรษที่ 11 โดยถูกตั้งชื่อใหม่ว่า นาโรลี อันเนื่องจากการที่เจ้าหญิงแห่งเมืองเนโรลา ชื่นชอบในการฉีดกลิ่นหอมนี้บนถุงมือ โดยกลิ่นเนโรลีคือกลิ่นหอมหวานและสดชื่นสไตล์ดอกไม้ มีความโดดเด่นมากเมื่อผสมเข้ากับน้ำมันหอมระเหยตระกูลซิตรัส จนทำให้ออกมาเป็นกลิ่นแบบธรรมชาติซึ่งใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่ใช่แค่สำหรับน้ำหอมเท่านั้น เพราะกลิ่นเนโรลียังถูกหยดลงไปในเครื่องดื่มอื่นๆ

เหมาะกับ : ผู้ชายที่ชอบน้ำหอมกลิ่นสดชื่นเพื่อเพิ่มพลังในตอนเช้า แต่ก็ไม่วายอยากได้กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ผสมอยู่แบบอ่อนๆ

Bergamot Interpreted

ถ้าจะให้เรียกชื่อแบบไทย เบอร์กามอตก็คือมะกรูดดีๆนี่เอง ซึ่งมะกรูดที่จะนำมาสกัดใส่ในน้ำหอมส่วนมากจะปลูกทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี แต่เป็นที่รู้จักในวงการน้ำหอมครั้งแรกในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งโปรดปรานกลิ่นหอมนี้ โดยจะใช้ส่วนเปลือกของเบอร์กามอตมาสกัด และต้องเก็บเกี่ยวช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งนักปรุงน้ำหอมชื่อดังหลายคนจัดให้กลิ่นเบอร์กามอตเป็นกลิ่นที่ดีที่สุดในตระกูลซิตรัส เพราะให้กลิ่นความสดชื่นเข้มข้น และกลมกล่อมที่สุด จนกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่มีราคาสูง และมักจะถูกผสมอยู่ในท๊อปโน้ตอยู่เสมอ เพราะเป็นตัวสร้างความสดชื่นเมื่อแรกสูดกลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัส

เหมาะกับ : ผู้ชายสายสปอร์ตที่มุ่งหาแต่กลิ่นหอมสดชื่นแนวซิตรัสเท่านั้น เพราะทำให้รู้สึกสะอาดและหอมสดชื่นในเวลาเดียวกัน

Oud Clarified

นี่คือกลิ่นเด่น ที่ครองใจชายแถบตะวันออกกลางและชายไทยจำนวนไม่น้อย ด้วยกลิ่นหอมที่สกัดจากยางไม้ของต้น กฤษณา ไม้หอมที่มีถิ่นกำเนิดในแคว้นอัสสัม ประเทศอินเดีย ไม้ชนิดนี้จัดได้ว่าเป็นไม้ที่แพงที่สุดในโลก และด้วยราคาที่สูงของไม้ชนิดนี้ ทำให้เกิดการปลูกต้นกฤษณาไปทั่วทวีปเอเชีย จนทำให้ยางที่ได้จากต้นกฤษณาในแต่ละที่มีกลิ่นหอมแตกต่างกัน ซึ่งรวมไปถึงคุณภาพของกลิ่นอีกด้วย เพราะยิ่งอายุของต้นไม้แก่มากเท่าไร ยางที่นำมาสกัดก็ยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น กลิ่นหอมรุนแรงของอู้ดนั้นมีความเข้มข้นที่หนักแน่น จนรู้สึกได้ถึงความเป็นยางไม้ที่มีความชุ่มชื้นซ่อนอยู่ หรือบางครั้งอาจให้กลิ่นหอมหวานแบบอวนๆ แต่อบอุ่นเมื่อได้สูดดม ทำให้คุณรู้สึกคลุมเครือจนเรียกได้ว่าถ้าไม่รักไปเลยก็เกลียดสุดๆ

เหมาะกับ : ผู้ชายมาดแมนที่อยากเพิ่มเสน่ห์ความเข้มให้ตัวเอง เพราะเพียงแค่ฉีดครั้งเดียว กลิ่นอู้ดจะช่วยยกระดับให้หนุ่มวัยรุ่นกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว

Tonka Bean Analyzed

เมล็ดถั่วนั้นคืออีกส่วนเด็ดที่นักปรุงน้ำหอมผู้ชายจากหลายแบรนด์นำมาผสมไว้ในน้ำหอมอย่างถั่วตองกาที่มีเมล็ดสีดำ กลายมาเป็นส่วนผสมหลักของน้ำหอมตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลางลงไปจนถึงอเมริกาใต้ ถั่วตองกาให้กลิ่นหอมหวานแบบอโรมา คล้ายกลิ่นของเมล็ดอัลมอนด์และฝักวานิลา หรือกลิ่นอ่อนๆของใบยาสูบ ที่เมื่อนำไปผสมกับกลิ่นแนวสดชื่นของพืชอย่างเบอร์กามอต หญ้าแฝก หรือลาเวนเดอร์ ก็จะช่วยให้น้ำหอมกลิ่นนั้นมีความหอมหวานที่สมดุลไม่เลี่ยนจนเกินไป และเจ้าส่วนผสมเด็ดนี้มักจะถูกผสมเข้าไปในเบสโน้ตซึ่งกลายเป็นกลิ่นสุดท้ายที่ยีงติดตัวคุณอยู่ตลอดวัน เพราะนี่คือกลิ่นที่สะท้อนมาดแมนของผู้ชายได้ดีทีเดียว

เหมาะกับ : ผู้ชายที่อยากได้น้ำหอมกลิ่นเข้มแต่อยากมีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ มาช่วยเสริมทัพไม่ให้เลี่ยนจนเกินงาม

>>>ทำไมผู้ชายถึงต้องใช้น้ำหอม<<<

ที่มา – GQ Thailand

น้ำหอมแบบเดียวกัน ทำไมเวลาใช้แล้วกลิ่นไม่เหมือนกัน?

เอ๊ะทำไมน้ำหอมที่เราซื้อมา แบบเดียวกันกับเพื่อน แบบเดียวกันกับร้านขายน้ำหอม ที่เราดมจากกระดาษ แต่พอเอามาใช้จริงๆ ทำไมกลิ่นถึงได้ไม่เหมือนกัน

ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่รู้ ทำให้รู้สึกว่า ทางร้านขายน้ำหอม เอาน้ำหอมปลอมมาหลอกขายเราหรือเปล่า ซึ่งมันก็ไม่เสมอไป แต่ที่สาเหตุมันเป็นเช่นนั้น ก็มีสาเหตุที่พอจะอธิบายได้ 2 ข้อ

ประการแรกคือ ระดับความหอม

ในน้ำหอมแต่ละขวดนั้น เมื่อนำมาฉีดบนกระดาษหรือตัวเรา มันจะมีการเปลี่ยนระดับของกลิ่น เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งกลิ่นในระดับต่างๆของน้ำหอมนั้นเรียกว่า “Note” เหมือนกับตัวโน๊ตในดนตรี ในน้ำหอม1 ขวดจะมีถึง 3 โน๊ตด้วยกัน และยังมีหัวน้ำหอมหลากหลายกลิ่นที่ผสมผสานกันในโน๊ตในแต่ระดับ เช่น « Top Notes » จะเป็นกลิ่นแรกที่หอมระเหยออกมาจากน้ำหอมโดยกลิ่นนี้จะหอมอยู่นานในช่วง 10-15 นาที จากนั้นกลิ่นของโน๊ตตัวต่อไปที่เรียกว่า « Middle Notes » เริ่มระเหยส่งกลิ่นหอมออกมา โดยระดับกลิ่น  Middle Notes จะอยู่นาน 2-3 ชั่วโมงแล้วจะค่อยเปลี่ยนไปโน๊ตตัวสุดท้ายของน้ำหอมเรียกว่า « Base Notes » ติดนานคงทน 4-6 ชั่วโมงส่วนมากเป็นกลิ่นเรียบๆไม่หวือหวาเหมือนกับโน๊ตระดับแรก แต่เป็นกลิ่นน้ำหอมที่สำคัญที่จะทำให้น้ำหอมบนตัวแต่ละคนกลิ่นไม่เหมือนกัน
 

ประการที่สองคือ Body Chemistry

 สาเหตุสำคัญที่มีผลต่อกลิ่นน้ำหอมมากที่สุดก็คือ กลิ่นตัวผู้ใช้น้ำหอมแต่ละคน หรือที่เรียกว่า Body Chemistry โดยแต่ละคนนั้นจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งเจ้า Body Chemistry นี่เองที่จะไปทำปฎิกิริยาหรือผสมผสานเข้า กลิ่นหอมในช่วงปลายๆของระดับ Base Notes หรือที่เรียกว่า “Bridge” ซึ่งจะเป็นกลิ่นที่มีความอ่อนไหวมาก เมื่อผสมเข้ากับกลิ่นธรรมชาติในร่างกายของแต่ละคน แล้วได้กลิ่นใหม่ออกเฉพาะตัวออกมา ซึ่งเปรียบเสมือนกับลายเซนต์ของคนๆนั้น

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่เราอุตส่าห์จดชื่อน้ำหอมจากเพื่อนมาอย่างดี แต่พอซื้อมาใช้บ้าง ทำไมกลิ่นถึงไม่เหมือนกัน ขนาดเวลาที่เราฉีดมันลงไปบนกระดาษแล้วทิ้งไว้ซักพัก กลิ่นของน้ำหอมยังเปลี่ยนไปเลย แล้วนี่ยังมี Body Chemistry เข้ามาเกี่ยวข้องก็ยิ่งทำให้ กลิ่นที่ได้ออกมาไม่เหมือนกันมากเข้าไปอีก

ความแตกต่างระหว่าง ผู้ชายกับผู้หญิง หรือประเภทของผิวอย่างผิวแห้งหรือผิวมัน ก็ล้วนแต่มีผลต่อกลิ่นของน้ำหอมทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายซึ่งร่างกายมีความอบอุ่นมากกว่าผู้หญิงก็จะทำให้น้ำหอมนั้นกระจายตัวส่งกลิ่นหอมได้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าน้ำหอมสำหรับผู้ชายมักจะเป็นประเภท โอเดอทัวเล็ตต์ ซึ่งมีปริมาณหัวน้ำหอมน้อยกว่าผู้หญิง คนที่มีผิวมันก็จะค่อนข้างได้เปรียบคนผิวแห้งเพราะน้ำหอมจะส่งกลิ่นหอมได้มากกว่า

หรือแม้กระทั่งตัวของเราเอง ในบางครั้งที่ไม่สบาย กลิ่นตัวตามธรรมชาติก็เปลี่ยนไปได้เช่นกัน น้ำหอมที่เหมาะสำหรับแต่ละคนในฤดูร้อนกับฤดูหนาวก็ต่างกัน เช่นฤดูร้อนกลิ่นตัวตามธรรมชาติก็จะมีมากก็ควรใช้น้ำหอมกลิ่นอ่อนๆสดชื่นอย่างพวกตระกูลส้ม มะนาว หรือดอกไม้ ส่วนน้ำหอมที่มีส่วนผสมกลิ่นเครื่องเทศก็อาจจะรู้สึกว่าฉุนได้ เหมาะสำหรับเก็บไว้ใช้ในฤดูหนาวจะเวิร์คกว่า

เรื่องน่ารู้ของน้ำหอม

น้ำหอมเป็นเรื่องของรสนิยมและการค้นหาตัวเองว่าชอบกลิ่นแบบไหน ก่อนที่คุณจะซื้อน้ำหอม ก่อนที่จะฉีดน้ำหอมก่อนที่จะใช้น้ำหอมกลิ่นนี้ซ้ำๆ

คุณก็จะต้องเกิดความหลงใหลในกลิ่นและต้องผ่านกระบวนการคิดพิจารณาอย่างถี่ถ้วนว่าคุณชอบมันจริงๆเพราะน้ำหอมขวดหนึ่งค่อนข้างมีราคาสูง

และแต่ละยี่ห้อแต่ละขวดก็มีคุณสมมบัติเรื่องกลิ่นไม่เหมือนกัน แต่ถ้าหากคุณอยากจะใช้น้ำหอมให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดมาร่วมค้นหาไปพร้อมกันกับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับน้ำหอม

1.น้ำหอมมีหมวดหมู่กลิ่นหรือไม่ ?

โดยทั่วไปแล้วน้ำหอมจะแย่งออกเป็นหนึ่งในสี่ประเภท

– สีเขียวสดใสเป็นกลิ่นบ่งบอกถึงธรรมชาติ เมื่อฉีดแล้วคุณจะพบกับกลิ่นที่ สะอาด และเหมาะสำหรับคนที่ชอบความสดใส สามารถใช้ได้ทุกวัน

– ประเภทสีน้ำตาลหรืออำพัน น้ำหอมกลิ่นนี้จะทำด้วยไม้เป็นส่วนใหญ่และน้ำหอมประเภทนี้จะถูกใช้ปรุงเป็นน้ำหอมผู้ชายจำนวนมาก แต่บางทีก็อาจมีอยู่ในส่วนผสมของน้ำหอมผู้หญิงเพื่อสร้างความดึงดูดได้เหมือนกัน

– ฟรุตตี้ฟลอริเอลประเภทกลิ่นนี้จะทำให้รู้สึกถึงความสวยโรแมนติกผสมกับความไร้เดียงสานิดๆ

– น้ำหอมเครื่องเทศโอเรียนเต็ลกลิ่นนี้จะเป็นกลิ่นผสมระหว่างดอกไม้และต้นไม้ ให้ความรู้สึกที่ลึกลับและน่าค้นหา

2.การทดลองกลิ่นน้ำหอม

การเลือกน้ำหอมเพื่อที่จะได้กลิ่นที่ถูกใจที่สุด กฎข้อสำคัญเลยคือ คุณไม่ควรรีบร้อน อย่าตกเป็นเหยื่อของน้ำหอม Top Note เด็ดขาด คุณควรจะใช้เวลาเลือกและลองฉีดบนข้อมือไว้อย่างน้อย 20 นาทีเพื่อสัมผัสกับโน้ตต่างๆ ให้ครบถ้วน

3.การฉีดน้ำหอมให้เข้ากับสภาพอากาศ

ในช่วงฤดูร้อนคุณควรจะหาฉีดน้ำหอมที่จุดชีพจรข้อมือ สะดือ หลังเข่า และคอ และที่สำคัญคุณควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่สัมผัสกับแสงแดดเนื่องจากกลิ่นน้ำหอมจะทำให้ผิวแพ้ได้ง่ายขึ้น ในช่วงฤดูหนาวคุณควรใช้น้ำหอมกับจุดชีพจรแต่ควรใช้น้ำหอมกลิ่นที่แรงขึ้นกว่าเดิม

น้ำหอมและชีวิตประจำวัน

 

คุณรู้มั้ย น้ำหอมที่ดีจะสามารถทำให้คุณสัมผัสได้ถึงกลิ่นต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคุณที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เช่น กลิ่นอายของทะเล กลิ่นอายของธรรมชาติ กลิ่นอายของเงิน

ทุกอย่างล้วนเป็นกลิ่นที่เรามักพบในชีวิตประจำวัน และเมื่อคุณฉีดน้ำหอมคุณอาจไม่ได้คิดถึงเรื่องราวของกลิ่นมากนักเพราะมันจะกลายเป็นนิสัยส่วนตัวของคุณที่วนเวียนอยู่กับกลิ่นเหล่านี้จนเกิดความเคยชิน

แต่อย่างไรก็ตามสาเหตุหลายประการที่ทำให้ผู้คนที่ฉีดน้ำหอมบางคนจะต้องซื้อน้ำหอมใช้อยู่สม่ำเสมอ หนึ่งในนั้นก็เป็นเพราะมันจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเอง

และเมื่อพวกเขาได้รับความสนใจก็ต้องซื้อน้ำหอมใช้อยู่เรื่อยไป หากคุณลองสังเกตดูคนที่ชอบฉีดน้ำหอมเป็นประจำจะเป็นคนที่คุณจินตนาการบุคลิกลักษณะของพวกเขาออกทันทีเมื่อพบเจอ

และคุณยังแยกพวกเขาออกจากคนอื่่นๆ ได้อย่างดีเยี่ยมนั่นก็เป็นเรื่องลี้ลับของน้ำหอมที่คุณไม่อาจปฏิเสธได้ การใช้น้ำหอมก็มีหลากหลายเหตุผล

บ้างใส่เพื่อปกปิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ บ้างใส่เพื่อกระตุ้นความทรงจำ ไม่ว่าจะฉีดน้ำหอมเพื่อเหตุผลใดก็ตาม น้ำหอมก็คือสิ่งที่เราสัมผัสไม่ได้ด้วยตาแต่รับรู้ได้จากพลังความรู้สึกและส่งผลอย่างมากในชีวิตประจำวันแต่เราแค่ไม่รู้ตัวแค่นั้นเอง

การเลือกน้ำหอมในวันแต่งงาน

วันแต่งงานเป็นวันพิเศษของผู้หญิงทุกคนและเพียงไม่กี่วันในชีวิตที่ผู้หญิงอย่างเราอยากจะให้เป็นวันที่สวยที่สุด ทรงเสน่ห์ที่สุด

ซึ่งในโอกาสดีๆ แบบนี้คุณคงไม่อยากจะพลาดให้น้ำหอมเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะส่งเสริมให้คุณดูสวยที่สุดในงาน พูดกันตรงๆ นั้นน้ำหอมคือผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพมากที่สุดและเป็นสิ่งที่แพงที่สุดในตระกูลของเครื่องสำอาง

เพราะน้ำหอมจะมีความเข้มข้นของน้ำมันและต้องใช้วัตถุดิบราคาแพงในการกลั่นเอากลิ่นหอมต่างๆ ออกมา แต่หากเป็นวันสำคัญเป็นวันที่คุณต้องการสวยที่สุดในชีวิตคุณสวยแบบครบสมบูรณ์แบบทั้ง 5 สัมผัส เรื่องของกลิ่นคุณก็ไม่ควรจะมองข้าม

โดยกลิ่นน้ำหอมของวันแต่งงานควรเป็นกลิ่นหอมที่มีลายเซ็นของธรรมชาติ เป็นกลิ่นที่บ่งบอกถึงความสุข ความยินดี ความสดใส แต่คุณจะหาน้ำหอมที่มีกลิ่นเหมาะสมกับคุณได้มากที่สุดได้อย่างไร? เอาล่ะ ขั้นตอนแรกคือเรียนรู้ว่าตัวเองชอบความหอมประเภทไหน

ขั้นตอนที่สองเริ่มฉีดน้ำหอมตามชีพจร จากนั้นลองให้คนรอบข้างของคุณฉีดน้ำหอมกลิ่นเดียวกันคุณและดูปฏิกิริยาว่าคนเหล่านั้นรู้สึกอย่างไร

หากคุณไม่อยากที่จะใช้น้ำหอมที่มีกลิ่นซ้ำกับคนอื่นอย่างน้อยเดือนหนึ่งคุณลองออกไปค้นกลิ่นที่เหมาะกับสำหรับคู่บ่าวสาวก็ดูโรแมนติกไม่น้อย ทริกอีกข้อสำหรับการค้นหาน้ำหอมที่เหมาะกับคุณก็คือความหวาดกลัวของความรู้สึกคุณในการสุ่มน้ำหอมที่ชอบไม่ได้สักที

ถ้าคุณยังไม่พบน้ำหอมกลิ่นที่ชอบคุณอย่าไปเสียดายเวลาคุณควรออกเดินทางตามหามันอีกครั้ง ตามกฎทั่วไปของน้ำหอมไม่ควรจะสัมผัสกับอุณหภูมิที่เย็นจัดและอุณหภูมิที่ร้อนจัดเพราะจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกลิ่นได้

ฉะนั้นคุณจะต้องดูสถานที่แต่งงานเป็นพิเศษว่าคุณจะเหมาะกับฉีดน้ำหอมประเภทไหนมากที่สุดประเภทของน้ำหอมก็มีส่วนที่จะทำให้การแต่งงานของคุณเป็นวันสุดพิเศษเช่นกัน

น้ำหอมมีประโยขน์อย่างไร

อาจจะดูเป็นคำถามง่ายๆ แต่มันกลับไม่เป็นเช่นนั้น คุณอาจจะมองว่าข้อดีของการฉีดน้ำหอมก็คือการเรียกเสน่ห์หรือกลิ่นหอมๆ ที่ช่วยให้รู้สึกดีแต่นั่นยังไม่ใช่ประโยชน์ทั้งหมดของน้ำหอม

น้ำหอมในยุคอุตสหกรรมแบบนี้นอกจากจะให้กลิ่นหอมแล้ว น้ำหอมยังช่วยพวกเขาต่อสู้ในเรื่องของกลิ่นตัว และส่งเสริมบุคลิกภาพของตัวตนให้ชัดเจน อย่างไรก็ตามน้ำหอมจะช่วยให้เราได้รับประสบการ์ใหม่ๆ  จะมีประโยชน์ข้อไหนบ้างที่น่าตื่นตาตื่นใจไปอ่านกันเลย

1.น้ำหอมช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น

เมื่อคุณรู้สึก เหนื่อยล้า รู้สึกไม่มีชีวิตชีวา คุณลองหยิบน้ำหอมขึ้นมาฉีดเพื่อยกระดับของอารมณ์ ณ ขณะนั้นดู น้ำหอมจะช่วยสะท้อนอารมณ์และกลิ่นต่างๆ ความรู้สึกของคุณหลังจากได้ดมกลิ่นน้ำหอมคุณรู้สึกเฟรซและอารมณ์ดีขึ้นตามลำดับ

2.น้ำหอมช่วยให้บุคลิกภาพดีขึ้น

เชื่อหรือไม่ว่าน้ำหอมสามารถแสดงอารมณ์ได้ทุกรูปแบบที่คุณไม่คาดคิดทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นความซุกซน เรียบร้อย หรือขี้เล่น คุณก็สามารถเป็นได้เพียงแค่น้ำหอมหยดเดียว

3.น้ำหอมช่วยให้คุณมั่นใจ

หากคุณอยากได้กำลังใจหรือในช่วงเวลาที่คุณกำลังไม่มีความมั่นใจเกิดขึ้น ลองหยิบน้ำหอมขึ้นมาฉีดดู น้ำหอมจะช่วยเพิ่มขวัญกำลังใจในเวลาเศร้าและอารมณ์ลังเล

4.น้ำหอมช่วยในเรื่องสุขภาพ

น้ำหอมเป็นตัวช่วยในเรื่องสุขภาพในด้านของความเครียดสะสม โดยกลิ่นหอมจะเป็นการเพิ่มอารมณ์ของคุณโดยรักษาความเครียดและความวิตกกังวล และช่วยทำใหร่างกายรู้สึกสงบ ปลอบจิตใจของคุณด้วยน้ำหอม

ทำไมผู้คนถึงชื่นชอบการฉีดน้ำหอม

เรื่องราวของน้ำหอมอยู่คู่กับมนุษย์ในรูปแบบของกลิ่นหอมมานานตั้งแต่อารยธรรมอียิปต์ตอนต้นจวบจนปัจจุบันคุณสามารถพบน้ำหอมได้ทั่วทุกมุมโลกตั้งแต่น้ำหอมยันครีมอาบน้ำผสมน้ำหอม เหตุผลใหญ่ๆ เมื่อเราพูดถึงว่าทำไมผู้คนถึงชื่นชอบการฉีดน้ำหอมคงหนีไม่พ้นเรื่องของความรู้สึก อารมณ์ นอกจากนั้นยังมีอีกสี่เหตุผลที่เราอยากให้คุณรู้..

1.ในน้ำหอมมีฟีโรโมนกระตุ้นฮอร์โมน

ฮอร์โมนของมนุษย์เกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติและสามารถพบได้ในน้ำหอมที่มีกลิ่นกระตุ้นฟีโรโมน

2.น้ำหอมสามารถเชื่อมความทรงจำ

เรื่องความทรงจำกับน้ำหอมถือว่าเป็นหัวใจหลักของน้ำหอมเลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น เราอาจจะช็อปปิ้งที่ไหนสักแห่งและได้กลิ่นอะไรจากเบอเกอรี่ใกล้เคียง กลิ่นจะเป็นตัวกระตุ้นความรู้สึกที่ชอบขนมเค้ก ซึ่งนั้นเราจะหาน้ำหอมหรือโลชั่นน้ำหอมที่มีกลิ่นของขนมเค้ก

3.หนีจากความเครียด

เราทุกคนจะต้องเผชิญกับความเครียดเกือบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นวันที่เมื่อยล้าหรือตอนที่เราโศกเศร้า และมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติที่ทุกคนต้องหาสถานที่หลบหนีด้วยวิธีการต่างๆ แต่อีกวิธีที่น่าสนใจนั่นก็คือ การบำบัดโดยการใช้ความสามารถของน้ำหอม น้ำหอมพาเราไปสู่สถานที่แห่งความสุขความสงบด้วยกลิ่นต่างๆ เช่น กลิ่นของทะเล กลิ่นของธรรมชาติ กลิ่นของแสงแดดยามเช้า

4.น้ำหอมช่วยเปลี่ยนแปลงตัวเอง

อีกหนึ่งข้อสำคัญก็คือช่วยให้คุณรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับกลิ่นน้ำหอมที่ชอบ เพราะคุณจะชอบคิดว่าวันนี้ฉันแต่งตัวไม่เข้ากับกลิ่นน้ำหอมเลย หรือวันนี้ฉันต้องแต่งตัวให้สวยและน้ำหอมจะช่วยส่งให้ฉันสวยมากขึ้นกว่าทุกวัน เป็นต้น

กลิ่นน้ำหอมเหล่านี้จะทำให้คุณมีความสุขไปกับความทรงจำของกลิ่น ความรู้สึกของการหลบหนี และความแสดงความเป็นตัวตนผ่านทางน้ำหอม สิ่งเหล่านี้ที่เรากล่าวมา หากคุณไม่เคยสัมผัสกับการฉีดน้ำหอมคุณจะไม่มีทางรู้เลยว่ามันคือความอัศจรรย์ของน้ำหอม