Category Archives: น้ำหอมผู้หญิง

น้ำหอมของ Ceresa

Ceresa Thailand ได้ นำเสนอ ใน Concept ว่า น้ำหอมเซเรซ่า สุดยอดหัวน้ำหอมแท้จากประเทศฝรั่งเศส
น้ำหอมเซเรซ่า มีให้เลือก 3 กลิ่น สำหรับผู้หญิง 

1.    Ceresa N.5 น้ำหอมกลิ่นหอมชวนหลงไหล เรียบหรู ดูสง่า และมีความเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน.
ฉีดครั้งแรก รู้สึกเหมือน ฉีด CHANEL รู้สึกกลิ่นแรง อาจจะเพราะฉีดในปริมาณมาก 555 พอทิ้งเวลาสักพัก 
เอ่อ รู้สึกมันหอมจัง ถ้าเปรียบ คงเปรียบเป็นผู้หญิง คงคิดถึงผู้หญิงที่ดู Hiso เรียบหรู ทำงานเก่ง น่าอยู่ใกล้

2.    Ceresa Miracle น้ำหอมกลิ่นหอมละมุน มีความน่าค้นหา เป็นตัวของตัวเอง  สบายๆชวนหลงไหล
เป็นกลิ่นที่ชอบมากเลย กลิ่นนี้ เมื่อได้ฉีดรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง กลิ่นไม่แรงและไม่อ่อนมาก เหมาะสำหรับผู้หญิงที่เป็นตัวของตัวเองสูง แต่อ่อนโยน น่าค้นหา หากไม่ได้เป็นคนฉีด แต่เป็นผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆ คงหลงเสน่ห์ ในไม่อยาก ผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ชอบแนว สนุกสนาน เป็นตัวของตัวเอง เหมาะมากกับกลิ่นนี้

3.    Ceresa Jedar น้ำหอมกลิ่นหอมอ่อนหวาน อ่อนโยน มีเสน่ห์ 
๋Jedar เป็นน้ำหอมกลิ่นอ่อนโอนมากๆ หอมละมุน เปรียบเหมือนผู้หญิงอ่อนโยน สดใส แต่แฝงด้วยความกล้าหาญ ไม่อ่อนแอ สะทีเดียว 
อารมณ์คงเหมือนกับ ผู้หญิงสวยอยู่ในสวนดอกไม้สวย Jedar เป็นอีกกลิ่นหนึ่ง ที่น่าใช้อย่างมากที่เดียว

สร้างเอกลักษณ์ความเป็นสาวเทห์มีเสน่ห์ และหวาน ด้วยน้ำหอมเซเรซ่า เจด้า

คุณอยากมีกลิ่นเฉพาะตัวมั้ย ? อยากเป็นคนที่เซ็กซี่ หรือเป็นสาวหวานมั้ย คุณสามารถมีกลิ่นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้นะ เพียงแค่คุณฉีดน้ำหอม อ่านไม่ผิดหรอก น้ำหอมจะช่วยสร้างเอกลักษณ์ในแบบที่คุณอยากจะเป็น
 
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หน้าตาแบบไหน ก็สามารถมีกลิ่นที่ชวนฝันได้ และหากคุณอยากเป็นหญิงสาวอ่อนหวานแต่แอบซ่อนเปรี้ยวแล้วล่ะก็ต้องไม่พลาดกับน้ำหอมกลิ่น เซเรซ่า เจด้า จาก ceresa มาพร้อมกับขวดสีน้ำตาลดีไซน์หรูราเหมือนกับอยู่ในห้วงแห่งความฝัน
 
และเมื่อคุณฉีดแล้วจะพบว่าน้ำหอมกลิ่นนี้มันเปรียบเสมือนผู้หญิงที่อ่อนโยน อ่อนหวาน และคงความหลงไหลได้อย่างละมุน ตามฉบับของ ceresa ในตัวน้ำหอมนั้นมีกลิ่นของมะลิผสมกับกุหลาบให้ความหอมสุดสง่ามอบความเป็นสาวเท่ห์ และหวานได้น่าค้นหา

รู้หรือไม่น้ำหอมมีมานานตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว

เชื่อกันว่าน้ำหอมมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เมื่อพิจารณาจากหลักฐานภาพวาดจิตรกรรม ฝาผนังตอนหนึ่งที่เมือง Thebes ในประเทศ Egypt  ที่เป็นรูปของหญิงสาวชาวอิยิปต์โบราณกำลังชโลมนํ้าหอมลงบนศรีษะ และยังมีหลักฐานอื่นๆที่แสดงให้เห็นว่า ได้มีการใช้เครื่องหอมเหล่านี้ในพิธีกรรมต่างๆ ชาวอียิปต์โบราณบูชาเทพเจ้าของเขาด้วยเครื่องหอมและน้ำมันหอมระเหย

ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นในการเฉลิมฉลองพิธีการต่างๆทางด้านศาสนาและประทินความงามของสตรี ชาวกรีกเดินทางกลับจากการแสวงหาโชคต่างแดนด้วยการนำเครื่องหอมใหม่กลับมาด้วย

ในขณะที่ชาวโรมันโบราณเชื่อว่าน้ำหอมมีคุณสมบัติด้านการบำบัดโรคร้ายได้ แต่วิวัฒนาการด้านการปรุง “น้ำหอม” เริ่มเป็นที่แพร่หลายในยุโรปช่วงต้นศตวรรษที่ 14 ในยุคเรอเนสซองซ์วัฒนธรรมการปะพรมน้ำหอมถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ของชนชั้นสูงในราชสำนัก

และพวกที่มีฐานะทางสังคม และต่อมาก็ได้แพร่ความนิยมไปสู่สามัญชนทั่วไปความเจริญก้าวหน้าในด้านอุตสาหะกรรมเคมี ในศตวรรษที่ 19 ทำให้มีการผลิตน้ำหอมสังเคราะห์ตลอดจนน้ำหอมที่สกัดจากธรรมชาติ และการประดิษฐ์ขึ้นของน้ำหอมกลิ่นใหม่ การผลิตน้ำหอมในเชิงทางการค้าได้เริ่มขึ้นและเป็นอุตสหกรรมใหญ่อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

แค่เห็นสีคุณก็สามารถเดากลิ่นของน้ำหอมได้

โดยทั่วไปแล้วน้ำหอมบริสุทธิ์มักจะมีสีเหลือง แต่หากผ่านการปรุงแต่ง ตามคอนเซ็ปต์ ตามคาแรคเตอร์ ของยี่ห้อนั้นๆแล้วจะเห็นได้ว่าน้ำหอมก็จะมีหลากสีสันต่างกันไป

แต่คุณผู้หญิงทั้งหลายก็สามารถเดากลิ่นของน้ำหอมได้จากการมองสีเพราะสีส่วนใหญ่จะใช้ส่วนผสมที่คล้ายๆกันจึงทำให้กลิ่นแตกต่างกันเล็กน้อยเท่านั้น

1.สีชมพู

เดาไว้ก่อนเลยว่าต้องเป็นน้ำหอมผู้หญิง ที่มีกลิ่นหวาน เพราะสีนี้มักมีส่วนประกอบของดอกไม้เกือบทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ส่วนใหญ่มักเหมาะกับวัยรุ่นที่มีความสดใส ขี้เล่น ตามวัย

2.สีเหลืองต่างๆ

สีนี้จะให้ความรู้สึกละมุน นุ่มๆ เป็นผู้ใหญ่ที่สุขุม นุ่ม ขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีส่วนประกอบของดอกมะลิและเปลือกไม้ต่างๆ

3.สีฟ้า หรือเขียวอ่อน

น้ำหอมสีนี้จะออกแนวเฟรชๆ สดชื่น สบายจมูก เน้นความสะอาดเหมือนหลังอาบน้ำ สีนี้สามารถใช้ได้ในทุกโอกาสเลยก็ว่าได้ เพราะกลิ่นไม่เตะจมูกมาก

4.สีม่วงเข้ม แดงเข้ม

สีนี้จะให้กลิ่นที่จัดจ้าน เน้นความเป็นผู้ใหญ่ หรือจะฉีดไปออกงาน เพราะว่ากลิ่นค่อนข้างแรง มีเสน่ห์ เย้ายวน เหมาะสำหรับการฉีดตอนกลางคืน

5.สีดำ

เป็นกลิ่นแนวลึกลับน่าค้นหา มีส่วนผสมของเครื่องเทศ เปลือกไม้ โดยทั่วไปแล้วจะเป็นน้ำหอมผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

6.สีขาว

สีนี้จะให้ความรู้สึกแป้งอ่อนๆ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบน้ำหอมฉุนมากค่ะ

หากสาวๆจะซื้อน้ำหอมผ่านทางอินเทอร์เน็ตก็สามารถนำทริคของเราไปเดาได้นะคะว่ากลิ่นจะหอมประมาณไหน จะได้เป็นหนึ่งตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อค่ะ

เพิ่มสีสันให้กับชีวิตประจำวันด้วยกลิ่นของดอกไม้

น้ำหอมกลิ่นดอกไม้..ก็เป็นกลิ่นหนึ่งที่สามารถฉีดได้ทุกวัน ไม่ต้องเฉพาะงานก็ได้ หากคุณไม่รู้จะใช้น้ำหอมกลิ่นไหนดีลองใช้น้ำหอมกลิ่นของดอกไม้อย่าง เซเรซ่า มิราเคิล ดูสิ

น้ำหอมกลิ่นดอกไม้ มีความละมุน เย้ายวนไปด้วยกลิ่นของโอเรียนทัล ให้ความรู้สึกอ่อนหวานและสดชื่นไปพร้อมๆกัน ในน้ำหอมจะไปกอบไปด้วยกลิ่นของ

กลิ่นของแมกไม้

จะเต็มไปด้วยความอิสระ อบอุ่น ของกลิ่นไอธรรมชาติ ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย

กลิ่นของแมนดาริน

กลิ่นหอมของกุหลาบเต็มไปด้วยความหวาน สบายจมูก จะลดความตึงเครียด และทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย

กลิ่นของกุหลาบ

ความหวานของกลิ่นกุหลาบจะช่วยลดความรู้สึกเหนื่อยล้า โศกเศร้า กดดัน แต่จะเพิ่มความรู้สึกสงบ สมดุล และนำพาความสุขมาสู่คุณ

กลิ่นของลิลลี่

กลิ่นหอมสุดโรแมนติกที่จะทำให้คุณรู้สึกสดชื่น และอ่อนหวานไปพร้อมๆกัน

ความลงตัวของดอกไม้นานาชนิดได้ถูกผสมผสานอย่างลงตัวออกมาเป็นน้ำหอม เซเรซ่า มิราเคิล เหมาะกับผู้หญิงที่ชอบความหวานของดอกไม้ เน้นความเย้ายวนแบบธรรมชาติ

 

ข้อควรระวังเรื่องน้ำหอม

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้น้ำหอมเป็นระจำแล้วละก็ต้องระวัง เสื้อผ้า เครื่องประดับ เพราะว่าในน้ำหอมมีแอลกอฮอล์และสารเคมีที่เป็นน้ำ ดังนั้นเมื่อเราฉีดน้ำหอมใส่เสื้อผ้าเกินไป จะทำให้หัวน้ำหอมเข้มข้นติดอยู่กับเสื้อผ้า

ดังนั้นระยะที่พอดีห่างจากตัวคือ 30 เซนติเมตร เพื่อให้น้ำหอมไม่ทิ้งรอยเปียกเป็นดวงๆไว้บนเสื้อผ้า และที่ควรระวังที่สุดคือ โลหะ โรเดียม เครื่องเพชรพลอย อัญมณีต่างๆ รวมไปถึงสร้อยคอ เข็มกลัด

หากได้รับละอองสเปรย์น้ำหอมมากเกินไปจะทำให้เกิดความหมองคล้ำไม่แววาวเหมือนเคย ซึ่งจริงๆแล้วการฉีดน้ำหอมยังต้องระวังวัตถุอย่างพวกน้ำมันให้ดี

เพราะจะส่งผลเสียต่อเนื้อผ้าซาติน และน้ำหอมยังสร้างรอยตกค้างให้กับเครื่องประดับต่างๆด้วย ฉะนั้นหากสาวๆต้องการฉีดบนเสื้อผ้าแนะนำว่าเป็นวิธีแต้มจะดีกว่า

นอกจากไม่ทำให้เสื้อผ้าและเครื่องประดับเสียหายแล้ว ยังทำให้ไม่เปลืองน้ำหอมด้วยค่ะ

ข้อสังเกตง่ายน้ำหอมขวดนี้จริงหรือปลอม

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบการช้อปปิ้งน้ำหอมทางอินเทอร์เน็ต แต่ไม่แน่ใจว่าขวดไหนแท้ขวดไหนปลอม เรามีวิธีง่ายๆในการสังเกตุน้ำหอมแต่ละขวดนั้นแท้หรือไม่ !!

1.ดีไซน์

น้ำหอมแท้จะถูกผลิตด้วยวัสดุคุณภาพสูง รูปทรงไม่มีบูดเบี้ยว รายเอียดเนียบกริบทุกขวด ส่วนน้ำหอมปลอมอาจจะมีดีไซน์ที่แปลกๆไร้ความปราณีต

2.สีของน้ำหอม

น้ำหอมแท้มักจะไม่ใส่สีย้อมมาก ฉะนั้นทำให้น้ำหอมแท้แท้มีสีซีดกว่า ส่วนน้ำหอมปลอมผสมสารเคมีมากมีส่วนของน้ำหอมบริสุทธิ์น้อยทำให้มีสีที่เข้ม

3.ซีเรียลนัมเบอร์

สาวๆต้องลองสังเกตุซีเรียลนัมเบอร์ที่ตัวขวด และฝากล่อง ตัวเลขทั้งสองอันนี้จะต้องตรงกัน

4.ตัวหนังสือ

น้ำหอมของแท้จะเขียนด้วยตัวหนังสือคมชัด ทั้งยี่ห้อและรายละเอียด แม้ว่าตัวหนังสือจะเล็กหรือใหญ่ก็จะคมชัดไร้ที่ติ

5.กลิ่น

น้ำหอมแท้ไม่ว่าจะผลิตกี่ครั้งกลิ่นก็จะคงหอมเหมือนเดิม ติดทนนาน และกลิ่นไม่มีเพี้ยน

เป็นการสังเกตหรือดูน้ำหอมแบบเบื้องต้นเท่านั้น แต่ปัจจุบันการปลอมได้แนบเนียนมากทำให้ดูยากยิ่งขึ้นทางที่ดีสาวๆควรซื้อน้ำหอมจากแหล่งที่ไว้ใจได้หรือซื้อในห้างจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นอาจจะได้รับของปลองไปใช้นะคะ

เตรียมตัวยังไงก่อนไปเลือกซื้อน้ำหอม

ก่อนที่เราจะไปเลือกซื้อน้ำหอมนั้น เชื่อว่าหลายๆคนคงจะไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปหรอก แต่เพื่อให้ได้กลิ่นที่ตรงกับใจมากที่สุด

เราขอแนะนำให้คุณผู้หญิงเตรียมตัวก่อนไปซื้อนะจ้ะ จะได้ไม่พลาดเรื่องการดมกลิ่น แต่จะเตรียมตัวยังไงล่ะไปอ่านกันเลย

1.ก่อนที่คุณผู้หญิงจะไปเลือกซื้อน้ำหอมนั้น ต้องสังเกตุตัวเองให้ดีว่าเรามีอาการเป็นหวัดรึเปล่าเพราะจะมีผลต่อการรับรู้ของกลิ่นผิดเพี้ยนไปจากเดิม

2.ก่อนเลือกซื้อน้ำหอม คุณผู้หญิงไม่ควรรับประทานอาหารที่มีรสจัด ไม่ควรออกกำลังกายหักโหม เพราะจะทำให้การรับรู้กลิ่นของสาวๆลดลง

3.เมื่อคุณผู้หญิงไปถึงช็อปน้ำหอมแล้ว รู้หรือไม่ว่าจุดที่ดีที่สุดของการลองกลิ่นนั้นอยู่ที่บริเวณ ข้อมือ

4.หากคุณผู้หญิงอยากจะทดลองน้ำหอมมากกว่าสองกลิ่นขึ้นไป เราแนะนำว่าให้คุณผู้หญิงลองกับข้อมืออีกข้างหนึ่งไล่เรียงไปจนถึงบริเวณแขน และควรทิ้งระยะห่างกันสักนิดเพื่อไม่ให้กลิ่นปะปนกัน

5.อย่างที่เคยพูดไปแล้วใน content ก่อนๆว่าน้ำหอมมีหลายระดับความหอม ฉะนั้นสาวๆไม่ควรตัดสินใจเลือกซื้อน้ำหอมจากกลิ่นที่ดม ณ ตอนนั้นเลย ควรปล่อยทิ้งไว้สัก 10-20นาที หรือ 1 ชั่วโมงหากเป็นไปได้ เพราะจะทำให้สาวๆได้กลิ่นของน้ำหอมที่จะอยู่กับเรานานที่สุดนั่นเอง

รู้แบบนี้แล้วก็อย่าลืมไปเตรียมตัวกันให้ดีก่อนไปเลือกซื้อน้ำหอมนะคะ เพราะน้ำหอมขวดนึงค่อนข้างมีราคาแพงฉะนั้นควรจะได้กลิ่นที่ถูกใจที่สุดไปใช้

เรื่องราวของนักปรุงน้ำหอม

การที่จะเป็นนักปรุงน้ำหอมได้นั้นจะต้องผ่านการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ทั้งเรื่องการดมกลิ่น และจินตนาการ

โดยส่วนใหญ่แล้วนักปรุงน้ำหอมจะต้องมีประสาทการรับรู้กลิ่นที่ดีเยี่ยม เพราะไม่เช่นนั้นละก็อาจจะทำให้ฝึกฝนการปรุงน้ำหอมไม่ได้เลย

นักปรุงน้ำหอมจะต้องศึกษากลิ่นต่างๆของส่วนผสมน้ำหอม ที่จะนำมาปรุงขึ้น จากส่วนประกอบเดี่ยวจนถึงการรวมตัวของสารหลากหลายชนิด และหลากหลายกลิ่น

ซึ่งนักปรุงน้ำหอมจะต้องสามารถแยกแยะกลิ่นได้อย่างแม่นยำ ในการทำน้ำหอมนั้นนักปรุงน้ำหอมถือว่าเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมากในการผลิตน้ำหอม โดยนักปรุงน้ำหอมมีชื่อเรียกในฝรั่งเศสว่า La nez หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า The nose

ส่วนแรกเริ่มของการฝึกปรุงน้ำหอมนั้น นักปรุงน้ำหอมจะมีหน้าที่ผสมกลิ่นต่างๆตามสูตรที่ได้จากนักปรุงน้ำหอมมืออาชีพเท่านั้น

จนกระทั่งนักปรุงน้ำหอมเกิดความชำนาญและเรียนจนครบหลักสูตรถึงจะเริ่มปรุงกลิ่นตามใจได้ ซึ่งในส่วนใหญ่หลังจากที่เรียนจบแล้วนักปรุงน้ำหอมมักจะมีการทำงานกับกลุ่มบริษัทผลิตน้ำหอมรายใหญ่ และได้รับเงินเดือนไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่ก็ถือว่าเป็นอาชีพนักปรุงน้ำหอมเป็นอะไรที่ท้าทายเลยทีเดียว นอกจากเรื่องการแยกแยะกลิ่นแล้วนักปรุงน้ำหอมจะต้องมีจินตนการและความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นเลิศ

เพราะนักปรุงน้ำหอมจะต้องเสนอกลิ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะแนวไหนก็ตาม ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าและต้องไม่ซ้ำกับกลิ่นที่วางขายไปแล้วอีกด้วย หากใครอยากจะลองเดินตามเส้นทางของนักปรุงน้ำหอมคงจะต้องลองฝึกแยกแยะกลิ่นก่อนอับดับแรกเพื่อทดสบความเป็นเลิศของจมูกแล้วละค่ะ

ครั้งหนึ่งต้องไปเยือนเมืองหลวงแห่งน้ำหอมของโลก

เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินมาแล้วว่าประเทศฝรั่งเศสเป็นประเทศแห่งน้ำหอมชื่อดังมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่ามีเมืองเล็กๆแต่เต็มไปด้วยความหอมฟุ้งอย่างเมือง “กราซ”

แฝงตัวอยู่ในภาคใต้ของประเทศฝรั่งเศสอยู่ และเมืองนี้แหละเป็นกำลังสำคัญในการผลิตน้ำหอมของฝรั่งเศสเลยก็ว่าได้ นานมาแล้วในศตวรรษที่ 17 มีตำนานเล่าขานกันมาว่า แคทเธอรีน เดอ เมดีชี มเหสีในพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งฝรั่งเศส ได้เป็นผู้ริเริ่มการทำน้ำหอมในเมืองแห่งนี้  ในอดีตนั้นเมืองกราซได้มีชื่อเสียงอย่างมากในการทำฟอกหนัง

ซึ่งพระนางแคทเธอรีนทรงโปรดให้ถุงพระหัตถ์หนังนั้นมีกลิ่นหอม จึงได้มีการปลูกดอกไม้นานาพันธุ์ในเมืองแห่งนี้ จึงเป็นสาเหตุให้ในปัจจุบันเมืองแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องของน้ำหอมและเป็นแหล่งผลิตน้ำหอมที่ใหญ่ที่สุดของฝรั่งเศส

เพราะเจ้าวัตถุดิบและดอกไม้นานพันธุ์ที่เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยในการปรุงน้ำหอมชื่อดังของแบรนด์ต่างๆ  

นอกจากนั้นเมืองกราซยังมี ดอกกุหลาบเซนติโฟเลียและมะลิจากเมืองกราซมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์หาไม่ได้จากที่อื่นในโลก ซึ่งนอกจากเรื่องน้ำหอมแล้วนั้น เมืองเล็กๆอย่างกราซยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอย่างบรรดาโรงผลิตน้ำหอมอีกด้วย

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้ำหอมผู้ชาย

ความนิยมของน้ำหอมผู้ชายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา ปกติแล้วเราจะมักได้กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงสะส่วนใหญ่ หากคุณลองเดินผ่านผู้ชายตอนนี้จะรู้ได้ว่าน้ำหอมไม่ได้เป็นเพียงเรื่องที่ผู้ชายมองข้ามแล้ว เพราะเจ้าน้ำหอมนี่แหละจะเป็นตัวเรียกเสน่ห์และแสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นชายให้คุณอย่างโดดเด่น และหากคุณจะลองเลือกน้ำหอมสำหรับผู้ชายละก็คุณอาจจะยึดเอาบุคลิกเฉพาะของเค้ามาเลือกก็ได้ค่ะ ไม่งั้นอาจจะยึดเทศกาล อากาศหนาว อากาศร้อน เป็นต้น

1.เลือกในโอกาส

หากบุคลิกของคุณคือหนุ่มที่ชอบออกไปเล่นกีฬา ต้องเจอเหงื่ออย่างหนัก ควรจะเลือกน้ำหอมกลิ่นสดชื่นหรือออกสปอร์ต เพราะมันจะช่วยบ่งบอกตัวคุณได้เป็นอย่างดี

2.สภาพอากาศ

หากคุณลองสังเกตุจะเห็นได้ว่าน้ำหอมจะมีคอเลคชันต่างๆออกมา คุณอาจจะซื้อกลิ่นตามเทศกาลก็ได้ เพื่อที่จะไม่เป็นการซ้ำจำเจกับกลิ่นที่เจ้าตัวมีอยู่ ในช่วงอากาศร้อนอาจจะเลือกกลิ่นที่มีความสดชื่น ส่วนในหน้าหนาวนั้นอาจจะมองหากลิ่นที่ค่อนข้างความแข็งแรง แข็งแกร่งขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง

3.จุดฉีดน้ำหอมของผู้ชาย

ข้อนี้คุณอาจจะจำไปบอกเค้าก็ได้ หากเค้าเป็นผู้ชายที่ไม่เคยฉีดน้ำหอมมาก่อน ผู้ชายกับผู้หญิงมีจุดฉีดน้ำหอมที่คล้ายๆกันก็คือ บริเวณ ข้อมือ ข้อศอกด้านใน ซอกคอ เพราะจุดเหล่านี้ล้วนเป็นจุดที่เก็บกลิ่นได้ดี แต่ผู้ชายจะแตกต่างตรงที่ไม่ควรฉีดน้ำหอมบริเวณหลังใบหูจะทำให้น้ำหอมทำปฏิกิริยากับต่อมน้ำเหลืองเป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์นั่นเอง

Body mist และน้ำหอมแตกต่างกันอย่างไร

หากในช่วงนี้คุณไปเดินตามห้างหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปจะพบกับน้ำหอมที่เขียนข้างหน้าขวดไว้ว่าเป็นกลิ่นแบบ Body mist
เคยสงสัยกันมั้ยว่าเป็นน้ำหอมแบบไหนกัน จริงๆแล้วน้ำหอมชนิดนี้ได้รับความนิยมมานานแล้ว แต่เพิ่งมาฮิตที่ไทยได้ไม่นานนี้เอง

จุดเด่นๆของน้ำหอมชนิดนี้อยู่ที่เน้นความสดชื่นมากกว่าความติดทน งง ใช่มั้ยล่ะ ถ้าไม่ติดทนแล้วจะซื้อมาทำไม ก็เพราะว่ามีผู้หญิงอีกมากมายที่หลงใหลในกลิ่นหอมแต่เธอไม่ชอบกลิ่นฉุนๆนะสิ หากจะให้น้ำหอมติดทนนานก็จะต้องมีกลิ่นที่แรงเพื่อความคงทนของกลิ่น

ฉะนั้นน้ำหอมแบบ Body mist จึงให้ความรู้สึกที่สดชื้น สบายๆ ดมแล้วสบายจมูก แต่ !! กลิ่นของมันจะติดเพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น

จึงทำให้น้ำหอมชนิดนี้มีราคาไม่แพงนัก เพราะขั้นตอนในการปรุงนั้นง่ายกว่าน้ำหอมประเภทอื่นโดยที่ Body mist จะเน้นไปที่ Top note เป็นหลัก

กลิ่นแรกที่ฉีดออกมาจึงชัดเจนและหอมมากไม่ค่อยมีกลิ่นที่ฉุน แต่จะค่อยๆจางไปกับผิวอย่างรวดเร็วเช่นกัน