ก่อนจะไปซื้อน้ำหอม คุณรู้จักกับน้ำหอมกี่ประเภท

Last updated: May 7, 2018  |  275 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

สำหรับคนส่วนใหญ่ เวลาไปซื้อน้ำหอม จะรู้ว่าชอบหรือไม่ชอบ ก็ต้องดม แต่ถ้าเกิดอยากลองเปลี่ยนกลิ่นน้ำหอมใหม่ เพราะเบื่อกลิ่นน้ำหอมเก่า ก็ต้องไล่ดมกันไป จนกว่าจะเจอกลิ่นน้ำหอมที่ตัวเองชอบ

แต่จะง่ายกว่าไหมถ้าเรามีความรู้เรื่องคำศัพท์เฉพาะของศาสตร์น้ำหอมที่จะทำให้เรารู้ว่าคำนี้คือน้ำหอมประเภทไหนกันนะ

Absolutes

นี่คือน้ำมันบริสุทธิ์ที่สกัดจากดอกไม้ หรือ พืชพรรณทางธรรมชาติ ซึ่งไม่ได้ผ่านการปรุงแต่งแต่อย่างใด ความเข้มข้นสูงถึงร้อยเปอร์เซ็นต์จึงทำให้มีราคาสูงมาก

Accords

แอคคอร์ดส์คือการผสมผสานกันของกลิ่นหอมต่างๆ จนออกมาเป็นกลิ่นใหม่ที่มีส่วนผสมตั้งแต่สองกลิ่นขึ้นไป

Basic Note

เรียกได้อีกชื่อว่า Base Note หรือ Basic Note เป็นกลิ่นน้ำหอมสุดท้ายที่ออกมาหลังจากกลิ่นก่อนหน้าแห้งระเหยไปแล้ว เบสิกโน้ตจะเป็นโมเลกุลใหญ่ทำให้ติดทนนานที่สุด แต่กลิ่นเจือจางมาก ความติดทนอาจอยู่นานถึง 2-4 ชั่วโมงเลยทีเดียว ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นกลิ่นมัสก์ โอ๊ก มอส หรือ วานิลลา เป็นต้น

Bridge

คือ กลิ่นสุดท้ายของเบสิกโน้ต ซึ่งเป็นกลิ่นหัวน้ำหอมที่เจือจางมารวมตัวกันกับกลิ่นตัวของผู้ฉีด กลิ่นที่ออกมาจึงเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของผู้ฉีดแต่ละคน

Chypre

ชีเพรอคือ กลุ่มน้ำหอมที่มีต้นกำเนิดจากประเทศไซปรัส ซึ่งมักจะเกิดจากการผสมกลิ่นท็อปโน้ตที่สดชื่นเข้ากับกลิ่นเบสิกโน้ตของโอ๊ก มอส และแพทชูลี

Citrus

ซิตรัสคือ กลิ่นหอมสดชื่นของกลุ่มเบอร์กามอต มะนาว ส้ม ที่มักจะได้กลิ่นในท็อปโน้ต และเป็นตัวเด่นที่สำคัญในน้ำหอมผู้ชายหลากหลายแบรนด์

Eau de Cologne

โอ เดอ โคโลญจน์ คือการที่น้ำหอมทั้งขวดมีส่วนผสมของหัวน้ำหอม 3-5 เปอร์เซ็นต์ ที่ผสมเข้ากับแอลกอฮอล์และน้ำ

Eau de Parfum

นี่ถือว่าเป็นน้ำหอมชนิดที่มีราคาสูงสุด เพราะมีหัวน้ำหอม 15-18 เปอร์เซ็นต์ ที่ผสมเข้ากับแอลกอฮอล์และน้ำ

Eau de Toilette

จัดว่าเป็นน้ำหอมระดับกลางเพราะมีหัวน้ำหอม 4-8 เปอร์เซ็นต์ ที่ผสมเข้ากับแอลกอฮอล์และน้ำ

Fougere

ฟูแจร์ หรือ เฟิร์น คือคำจำกัดความของกลุ่มกลิ่นหอมประเภทสมุนไพร อย่างเช่น ลาเวนเดอร์หรือมอส ให้ความรู้สึกสุขุมนุ่มลึก แต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

Leather Note

กลิ่นหนัง เป็นกลิ่นคลาสสิกที่มักใช้ในส่วนผสมของน้ำหอมผู้ชาย เพื่อสร้างความเข้มให้ตัวน้ำหอม

Light

ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นแนวผลไม้ กลิ่นสดชื่น ไปจนถึงซิตรัส มันถูกจำกัดความด้วยคำว่า ไลท์ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะพบมากในท๊อปโน้ต

Masculine

มาสคูลีน คือ คำจำกัดความของกลิ่นที่มีส่วนประกอบอย่างหนัก,ใบยาสูบ,สมุนไพร,เครื่องเทศ,มอส และไม้จากส่วนผสมดังกล่าวข้างต้นจะเห็นได้ว่ากลิ่นแนวดอกไม้นั้นจะพบได้ยากในน้ำหอมผู้ชาย

Middle Note

หรือ Heart Note เป็นกลิ่นหลักของน้ำหอมกลิ่นนั้น จะมีกลิ่นที่กลมกลืนไปกับ Base Note และติดทนหลังจากฉีดไปแล้ว 3-6 ชั่วโมง

Oriental Notes

นี่คือกลิ่นหอมที่จะพาคุณมุ่งหน้าสู่ตะวันออก ซึ่งให้สัมผัสกลิ่นที่หอมหวาน เข้ม และหนักจากส่วนผสมของเครื่องเทศเป็นหลัก ที่สำคัญคือกลิ่นติดทนทานอีกด้วย

Perfume

นี่คือคำจำแนก น้ำหอมที่มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมตั้งแต่ 15-30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้น้ำหอมประเภทนี้มีกลิ่นติดทนนานและมีราคาสูงกว่าน้ำหอมชนิดอื่น

Spice Notes

โน้ตเด่นที่ช่วยให้น้ำหอมของคุณซาบซ่า ไม่หวานจนเลี่ยนกับกลิ่นเครื่องเทศที่ผสมอยู่ในกลิ่นของขั้นมิดเดิลโน้ต อย่างผักชี พริกไทย และอบเชย

Sweet

วานิลลา คือ กลิ่นหลักในกลุ่มนี้ ด้วยความพิเศษของกลิ่นที่หอมหวานชวนหลง ซึ่งเราจะได้กลิ่นนี้ในขั้นเบสิกโน้ตของน้ำหอมผู้ชายหลายตัว

Tobacco Notes

กลุ่มนี้จะเป็นน้ำหอมกลิ่นเข้ม ซึ่งสกัดจากใบยาสูบ ไม้ และเครื่องเทศ ส่วนมากมักจะนำไปผสมกับกลิ่นลูกพลัม น้ำผึ้ง และวานิลลา

Top Note

Top Note หรือ Head Note เป็นกลิ่นของหัวน้ำหอมที่ระเหยออกมาตัวแรกสุด มีกลิ่นโดดเด่นโดยจะมีกลิ่นหลังจากฉีดแล้ว 10-20 นาที แต่เนื่องจากเป็นโมเลกุลขนาดเล็กทำให้กลิ่นระเหยง่าย

Wood Notes

กลุ่มนี้จะประกอบด้วยสนซีดาร์ แพทชูลี หญ้าแฝก เป็นต้น ให้กลิ่นเข้มแบบธรรมชาติ ไม่หนักจนเกินไป


>>>แค่เห็นสีคุณก็สามารถเดากลิ่นของน้ำหอมได้<<<

ที่มา -GQ Thailand
 

Powered by MakeWebEasy.com