4 อย่างจากธรรมชาติ ช่วยสร้างน้ำหอมผู้ชายให้ตรงใจ

Last updated: Feb 21, 2018  |  144 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

เคยรู้หรือไม่ ของจากธรรมชาตินี้แหละที่เป็นส่วนผสมชั้นเลิศที่นำมาปรุงแต่งเป็นกลิ่นน้ำหอมต่างๆ ให้เราใช้กันทุกวันนี้ วันนี้เราจะมาพูดถึง 4 อย่างจากธรรมชาติ ที่นำมาเป็นส่วนผสมในน้ำหอมของผู้ชาย ที่มีความเป็นมาเป็นไป และประวัติของมันกัน



Neroli Explained

นาโรลี (Neroli) คือดอกจากต้นส้ม ซึ่งกินได้ มีต้นกำเนิดในประเทศเวียดนาม แต่เข้ามาสู่ทวีปยุโรปช่วงสงครามครูเสดในช่วงศตวรรษที่ 11 โดยถูกตั้งชื่อใหม่ว่า นาโรลี อันเนื่องจากการที่เจ้าหญิงแห่งเมืองเนโรลา ชื่นชอบในการฉีดกลิ่นหอมนี้บนถุงมือ โดยกลิ่นเนโรลีคือกลิ่นหอมหวานและสดชื่นสไตล์ดอกไม้ มีความโดดเด่นมากเมื่อผสมเข้ากับน้ำมันหอมระเหยตระกูลซิตรัส จนทำให้ออกมาเป็นกลิ่นแบบธรรมชาติซึ่งใช้ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่ใช่แค่สำหรับน้ำหอมเท่านั้น เพราะกลิ่นเนโรลียังถูกหยดลงไปในเครื่องดื่มอื่นๆ

เหมาะกับ : ผู้ชายที่ชอบน้ำหอมกลิ่นสดชื่นเพื่อเพิ่มพลังในตอนเช้า แต่ก็ไม่วายอยากได้กลิ่นหอมหวานของดอกไม้ผสมอยู่แบบอ่อนๆ



Bergamot Interpreted

ถ้าจะให้เรียกชื่อแบบไทย เบอร์กามอตก็คือมะกรูดดีๆนี่เอง ซึ่งมะกรูดที่จะนำมาสกัดใส่ในน้ำหอมส่วนมากจะปลูกทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี แต่เป็นที่รู้จักในวงการน้ำหอมครั้งแรกในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ซึ่งโปรดปรานกลิ่นหอมนี้ โดยจะใช้ส่วนเปลือกของเบอร์กามอตมาสกัด และต้องเก็บเกี่ยวช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี ซึ่งนักปรุงน้ำหอมชื่อดังหลายคนจัดให้กลิ่นเบอร์กามอตเป็นกลิ่นที่ดีที่สุดในตระกูลซิตรัส เพราะให้กลิ่นความสดชื่นเข้มข้น และกลมกล่อมที่สุด จนกลายเป็นหนึ่งในส่วนผสมที่มีราคาสูง และมักจะถูกผสมอยู่ในท๊อปโน้ตอยู่เสมอ เพราะเป็นตัวสร้างความสดชื่นเมื่อแรกสูดกลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัส

เหมาะกับ : ผู้ชายสายสปอร์ตที่มุ่งหาแต่กลิ่นหอมสดชื่นแนวซิตรัสเท่านั้น เพราะทำให้รู้สึกสะอาดและหอมสดชื่นในเวลาเดียวกัน



Oud Clarified

นี่คือกลิ่นเด่น ที่ครองใจชายแถบตะวันออกกลางและชายไทยจำนวนไม่น้อย ด้วยกลิ่นหอมที่สกัดจากยางไม้ของต้น กฤษณา ไม้หอมที่มีถิ่นกำเนิดในแคว้นอัสสัม ประเทศอินเดีย ไม้ชนิดนี้จัดได้ว่าเป็นไม้ที่แพงที่สุดในโลก และด้วยราคาที่สูงของไม้ชนิดนี้ ทำให้เกิดการปลูกต้นกฤษณาไปทั่วทวีปเอเชีย จนทำให้ยางที่ได้จากต้นกฤษณาในแต่ละที่มีกลิ่นหอมแตกต่างกัน ซึ่งรวมไปถึงคุณภาพของกลิ่นอีกด้วย เพราะยิ่งอายุของต้นไม้แก่มากเท่าไร ยางที่นำมาสกัดก็ยิ่งมีความเข้มข้นมากขึ้นเท่านั้น กลิ่นหอมรุนแรงของอู้ดนั้นมีความเข้มข้นที่หนักแน่น จนรู้สึกได้ถึงความเป็นยางไม้ที่มีความชุ่มชื้นซ่อนอยู่ หรือบางครั้งอาจให้กลิ่นหอมหวานแบบอวนๆ แต่อบอุ่นเมื่อได้สูดดม ทำให้คุณรู้สึกคลุมเครือจนเรียกได้ว่าถ้าไม่รักไปเลยก็เกลียดสุดๆ

เหมาะกับ : ผู้ชายมาดแมนที่อยากเพิ่มเสน่ห์ความเข้มให้ตัวเอง เพราะเพียงแค่ฉีดครั้งเดียว กลิ่นอู้ดจะช่วยยกระดับให้หนุ่มวัยรุ่นกลายเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว



Tonka Bean Analyzed

เมล็ดถั่วนั้นคืออีกส่วนเด็ดที่นักปรุงน้ำหอมผู้ชายจากหลายแบรนด์นำมาผสมไว้ในน้ำหอมอย่างถั่วตองกาที่มีเมล็ดสีดำ กลายมาเป็นส่วนผสมหลักของน้ำหอมตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในแถบอเมริกากลางลงไปจนถึงอเมริกาใต้ ถั่วตองกาให้กลิ่นหอมหวานแบบอโรมา คล้ายกลิ่นของเมล็ดอัลมอนด์และฝักวานิลา หรือกลิ่นอ่อนๆของใบยาสูบ ที่เมื่อนำไปผสมกับกลิ่นแนวสดชื่นของพืชอย่างเบอร์กามอต หญ้าแฝก หรือลาเวนเดอร์ ก็จะช่วยให้น้ำหอมกลิ่นนั้นมีความหอมหวานที่สมดุลไม่เลี่ยนจนเกินไป และเจ้าส่วนผสมเด็ดนี้มักจะถูกผสมเข้าไปในเบสโน้ตซึ่งกลายเป็นกลิ่นสุดท้ายที่ยีงติดตัวคุณอยู่ตลอดวัน เพราะนี่คือกลิ่นที่สะท้อนมาดแมนของผู้ชายได้ดีทีเดียว

เหมาะกับ : ผู้ชายที่อยากได้น้ำหอมกลิ่นเข้มแต่อยากมีกลิ่นหอมหวานอ่อนๆ มาช่วยเสริมทัพไม่ให้เลี่ยนจนเกินงาม

>>>ทำไมผู้ชายถึงต้องใช้น้ำหอม<<<

ที่มา - GQ Thailand

Powered by MakeWebEasy.com