น้ำหอมแบบเดียวกัน ทำไมเวลาใช้แล้วกลิ่นไม่เหมือนกัน?

Last updated: May 7, 2018  |  169 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

เอ๊ะทำไมน้ำหอมที่เราซื้อมา แบบเดียวกันกับเพื่อน แบบเดียวกันกับร้านขายน้ำหอม ที่เราดมจากกระดาษ แต่พอเอามาใช้จริงๆ ทำไมกลิ่นถึงได้ไม่เหมือนกัน

ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่รู้ ทำให้รู้สึกว่า ทางร้านขายน้ำหอม เอาน้ำหอมปลอมมาหลอกขายเราหรือเปล่า ซึ่งมันก็ไม่เสมอไป แต่ที่สาเหตุมันเป็นเช่นนั้น ก็มีสาเหตุที่พอจะอธิบายได้ 2 ข้อ


ประการแรกคือ ระดับความหอม

ในน้ำหอมแต่ละขวดนั้น เมื่อนำมาฉีดบนกระดาษหรือตัวเรา มันจะมีการเปลี่ยนระดับของกลิ่น เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งกลิ่นในระดับต่างๆของน้ำหอมนั้นเรียกว่า “Note” เหมือนกับตัวโน๊ตในดนตรี ในน้ำหอม1 ขวดจะมีถึง 3 โน๊ตด้วยกัน และยังมีหัวน้ำหอมหลากหลายกลิ่นที่ผสมผสานกันในโน๊ตในแต่ระดับ เช่น « Top Notes » จะเป็นกลิ่นแรกที่หอมระเหยออกมาจากน้ำหอมโดยกลิ่นนี้จะหอมอยู่นานในช่วง 10-15 นาที จากนั้นกลิ่นของโน๊ตตัวต่อไปที่เรียกว่า « Middle Notes » เริ่มระเหยส่งกลิ่นหอมออกมา โดยระดับกลิ่น  Middle Notes จะอยู่นาน 2-3 ชั่วโมงแล้วจะค่อยเปลี่ยนไปโน๊ตตัวสุดท้ายของน้ำหอมเรียกว่า « Base Notes » ติดนานคงทน 4-6 ชั่วโมงส่วนมากเป็นกลิ่นเรียบๆไม่หวือหวาเหมือนกับโน๊ตระดับแรก แต่เป็นกลิ่นน้ำหอมที่สำคัญที่จะทำให้น้ำหอมบนตัวแต่ละคนกลิ่นไม่เหมือนกัน
 

ประการที่สองคือ Body Chemistry

 สาเหตุสำคัญที่มีผลต่อกลิ่นน้ำหอมมากที่สุดก็คือ กลิ่นตัวผู้ใช้น้ำหอมแต่ละคน หรือที่เรียกว่า Body Chemistry โดยแต่ละคนนั้นจะมีความแตกต่างกัน ซึ่งเจ้า Body Chemistry นี่เองที่จะไปทำปฎิกิริยาหรือผสมผสานเข้า กลิ่นหอมในช่วงปลายๆของระดับ Base Notes หรือที่เรียกว่า “Bridge” ซึ่งจะเป็นกลิ่นที่มีความอ่อนไหวมาก เมื่อผสมเข้ากับกลิ่นธรรมชาติในร่างกายของแต่ละคน แล้วได้กลิ่นใหม่ออกเฉพาะตัวออกมา ซึ่งเปรียบเสมือนกับลายเซนต์ของคนๆนั้น

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจที่เราอุตส่าห์จดชื่อน้ำหอมจากเพื่อนมาอย่างดี แต่พอซื้อมาใช้บ้าง ทำไมกลิ่นถึงไม่เหมือนกัน ขนาดเวลาที่เราฉีดมันลงไปบนกระดาษแล้วทิ้งไว้ซักพัก กลิ่นของน้ำหอมยังเปลี่ยนไปเลย แล้วนี่ยังมี Body Chemistry เข้ามาเกี่ยวข้องก็ยิ่งทำให้ กลิ่นที่ได้ออกมาไม่เหมือนกันมากเข้าไปอีก

ความแตกต่างระหว่าง ผู้ชายกับผู้หญิง หรือประเภทของผิวอย่างผิวแห้งหรือผิวมัน ก็ล้วนแต่มีผลต่อกลิ่นของน้ำหอมทั้งนั้น ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายซึ่งร่างกายมีความอบอุ่นมากกว่าผู้หญิงก็จะทำให้น้ำหอมนั้นกระจายตัวส่งกลิ่นหอมได้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าน้ำหอมสำหรับผู้ชายมักจะเป็นประเภท โอเดอทัวเล็ตต์ ซึ่งมีปริมาณหัวน้ำหอมน้อยกว่าผู้หญิง คนที่มีผิวมันก็จะค่อนข้างได้เปรียบคนผิวแห้งเพราะน้ำหอมจะส่งกลิ่นหอมได้มากกว่า

หรือแม้กระทั่งตัวของเราเอง ในบางครั้งที่ไม่สบาย กลิ่นตัวตามธรรมชาติก็เปลี่ยนไปได้เช่นกัน น้ำหอมที่เหมาะสำหรับแต่ละคนในฤดูร้อนกับฤดูหนาวก็ต่างกัน เช่นฤดูร้อนกลิ่นตัวตามธรรมชาติก็จะมีมากก็ควรใช้น้ำหอมกลิ่นอ่อนๆสดชื่นอย่างพวกตระกูลส้ม มะนาว หรือดอกไม้ ส่วนน้ำหอมที่มีส่วนผสมกลิ่นเครื่องเทศก็อาจจะรู้สึกว่าฉุนได้ เหมาะสำหรับเก็บไว้ใช้ในฤดูหนาวจะเวิร์คกว่า

 

"รู้จักกับ 5 ประเภทของน้ำหอม"

Powered by MakeWebEasy.com