ต้นไม้และดอกไม้ที่นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำหอม

Last updated: Aug 3, 2018  |  52 จำนวนผู้เข้าชม  |  Blog

อย่างที่เราทราบกันดีว่าแบรนด์น้ำหอมหลายๆ แบรนด์มักจะนำดอกไม้หรือต้นไม้ที่มีกลิ่นหอมต่างๆ มาสกัด เพื่อให้ได้น้ำหอมตามกลิ่นที่ต้องการ ซึ่งต้นไม้หรือดอกไม้แต่ละชนิดก็จะได้กลิ่นที่แตกต่างกันออกไป ยิ่งเมื่อนำมารวมกันแล้ว หากเราเลือกกลิ่นมารวมกันได้อย่างลงตัว ก็จะได้น้ำหอมกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์และตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบน้ำหอมหลายๆ คนเลยทีเดียว

          แต่ทุกคนรู้ไหมว่ามีต้นไม้และดอกไม้อยู่หลากหลายชนิดที่นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำหอม วันนี้เราจะพาทุกคนมาดูกันว่าดอกไม้และต้นไม้ที่นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำหอมมีอะไรบ้าง ตามมาดูกันดีกว่า

Lavender

          หลายๆ คนคงคุ้นกับชื่อดอกไม้ชนิดนี้เป็นอย่างดี เพราะถือว่าเป็นดอกไม้ทีนิยมนำมาใช้เป็นกลิ่นของครีม หรือน้ำหอมชนิดต่างๆ ซึ่งดอกลาเวนเดอร์นิยมนำมาใช้ทำน้ำหอมมาตั้งแต่ยุคกรีก - โรมันโบราณ และในอดีตประเทศฝรั่งเศสเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำหอมได้ปลูกต้นลาเวนเดอร์มากถึง 5,000 ตันต่อปีเลยทีเดียว

Jasmine

          ดอก Jasmine หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของดอกมะลิ ถือว่าเป็นส่วนผสมหลักในการสกัดทำน้ำหอมในปัจจุบันถึง 80% เลยก็ว่าได้ โดยพันธุ์ของดอกมะลิที่นิยมนำมาใช้คือ พันธุ์ Royal Jasmine ซึ่งเป็นพันธุ์มะลิจากประเทศสเปน นอกจากนั้นดอกมะลิพันธุ์นี้ยังถูกใช้เป็นส่วนผสมของน้ำหอมที่มีราคาแพงที่สุด เนื่องจากการสกัดน้ำหอมจากดอกมะลิจำนวน 500 ปอนด์ จะได้นำหอมที่กลั่นออกมาใช้เพียง 0.1% เท่านั้น

Bergamot

          หากพูดชื่อนี้หลายๆ คนอาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าบอกว่าคือต้นมะกรูด หลายๆ คนก็คงจะร้องอ๋อกันเป็นแถว ส่วนของต้นมะกรูดที่นิยมนำมาสกัดเป็นน้ำหอมคือเปลือกและลูกมะกรูด ซึ่งกลิ่นของน้ำหอมที่สกัดออกมาได้จากเปลือกและลูกมะกรูดนี้ ส่วนใหญ่จะนำมาใช้เป็นน้ำหอมของสุภาพสตรีมากกว่าสุภาพบุรุษ

Lily of the Valley

ดอกไม้ชนิดนี้มีชื่อในภาษาไทยว่า ดอกลิลลี่หุบเขา ในช่วงแรกของการนำดอกไม้ชนิดนี้มาสกัดทำน้ำหอมจะใส่ดอก Lily of the Valley ลงไปในน้ำมัน แต่ในปัจจุบันจะใช้กรรมวิธีที่มีความทันสมัยขึ้น ด้วยการสกัดเอากลิ่นหอมออกมา เพื่อใช้ในการทำน้ำหอม ซึ่งหัวน้ำหอมที่สกัดจากดอก Lily of the Valley ได้ถูกใช้เป็นส่วนผสมหลักในการทำน้ำหอมมากถึง 14% เลยทีเดียว

Myrrh

          ยางไม้จากต้น Myrrh พบได้ใน Arabia Somalia และ Ethiopia ซึ่งในสมัยโบราณยางไม้ชนิดนี้นิยมนำมาทำเป็นยาสมุนไพร และใช้ทำน้ำยาดองศพ แต่ในปัจจุบันน้ำหอมที่ใช้ยางจากต้นไม้ชนิดนี้จะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นในแง่ของการเป็นน้ำหอมที่ติดทนนาน เนื่องจากในยางไม้ของต้น Myrrh มีสารชนิดหนึ่งซึ่งทำให้น้ำหอมระเหยในอากาศได้ช้าลงนั่นเอง

          ต้นไม้และดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมีมากมายลากหลายชนิด ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถูกนำมาสกัดเป็นน้ำหอมให้ผู้ที่หลงใหลในกลิ่นหอมต่างๆ ได้เลือกใช้ ซึ่งทีนี้ก็เป็นตาของผู้บริโภคแล้ว ว่าอยากจะเลือกน้ำหอมกลิ่นต้นไม้หรือดอกไม้ชนิดไหนไปฉีดเพิ่มเสน่ห์ให้กับตนเองในหลากหลายโอกาส เพื่อให้ผู้ที่ได้กลิ่นจดจำไม่มีวันลืมเลือน

Powered by MakeWebEasy.com